เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชัยชนะ" จี้ ครม.สัญจรสงขลา แก้ 4 ปมภาคใต้ อัดอย่าเป็นเสือกระดาษ

30 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ชัยชนะ" จี้ ครม.สัญจรสงขลา แก้ 4 ปมภาคใต้ อัดอย่าเป็นเสือกระดาษ

"ชัยชนะ เดชเดโช" นำทีม สส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ เปิด 4 ปมร้อน จี้ ครม.สัญจรสงขลา เร่งแก้สินค้าราคาตกต่ำ โครงสร้างพื้นฐานระบบราง งบดับไฟใต้ และวิกฤตสิ่งแวดล้อม เตือนรัฐบาลอัดงบจริงอย่าลงพื้นที่แค่สร้างภาพ

"ชัยชนะ เดชเดโช" นำทีม สส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ เปิด 4 ปมร้อน จี้ ครม.สัญจรสงขลา เร่งแก้สินค้าราคาตกต่ำ โครงสร้างพื้นฐานระบบราง งบดับไฟใต้ และวิกฤตสิ่งแวดล้อม เตือนรัฐบาลอัดงบจริงอย่าลงพื้นที่แค่สร้างภาพ

KEY

POINTS

  • ดัน Rubber Valley-ระบบราง: ชูแก้พืชผลเกษตรตกต่ำดัน "รับเบอร์วัลเลย์" นครศรีฯ พร้อมเร่งสปีดโครงการ "Southern Connect" และรถไฟทางคู่เชื่อมมาเลเซีย
     
  • เอกซเรย์งบดับไฟใต้: จี้สอบความโปร่งใส่งบประมาณและทหารผีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐหากพบมีส่วนเอี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ
     
  • แก้ 3 วิกฤตสงขลา: เร่งขุดลอกคลองรับมรสุม ทบทวนนิคมอุตสาหกรรมจะนะตามหลัก SEA และเร่งบำบัดน้ำเสียฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลาก่อนมรสุมเข้า

30 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีม สส.ภาคใต้ แถลงข้อเสนอก่อนการประชุม ครม.สัญจรสงขลา จี้รัฐบาลเร่งแก้ 4 ปมร้อน ทั้งราคายางพาราตกต่ำ การพัฒนารถไฟทางคู่ Southern Connect และตรวจสอบความโปร่งใส่งบประมาณ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทบทวนนิคมจะนะ และการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยกำชับ ครม.สัญจร ให้ทำงานจริงจัง อย่านำงบมาลงพื้นที่เพื่อแค่สร้างภาพเป็นเสือกระดาษ


ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา นายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส.นครศรีธรรมราช และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาล ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 นี้ว่า รัฐบาลควรมีนโยบายที่เป็นชิ้นเป็นอันและเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ได้ในระยะยาว

นายชัยชนะ และทีม สส.พรรคประชาธิปัตย์

 

นายชัยชนะ ได้ชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตั้งแต่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดที่ราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละไม่เกิน 15 บาท ขณะที่ต้นทุนของเกษตรกรสูงถึง 20 บาท จึงได้เสนอให้ ครม. พิจารณาโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร หรือ "รับเบอร์แวลลีย์" (Rubber Valley) ที่อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยนำเสนอเพื่อแปรรูปและส่งออกอย่างยั่งยืน พร้อมกับได้เสนอให้รัฐบาลจัดทำแอปพลิเคชันบันทึกบัญชีต้นทุนการทำสวน หากเกษตรกรเข้าร่วมอย่างถูกต้องควรได้รับสิทธิพิจารณาเงินเยียวยาก่อนเป็นกลุ่มแรก

 

ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อรัฐบาลประกาศว่า จะไม่ทำโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว แต่งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไว้ ก็ควรนำมาพิจารณาลงทุนในโครงการ "เซาเทิร์น คอนเนกต์" (Southern Connect) เพื่อพัฒนาระบบรางเชื่อมโยงท่าเรือสงขลา ท่าเรือระนอง และท่าเรือตรัง ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมยกระดับศูนย์กระจายสินค้า อ.ทุ่งสง เป็นศูนย์ ICD เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร 



นายชัยชนะ เดชเดโช สส.รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายชัยชนะ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดเจนถึงนโยบายการก่อสร้างรถไฟทางคู่เชื่อมต่อมาเลเซีย (เพชรบุรี–สุไหงโก-ลก) พร้อมกับให้จัดทำแผนงานแจกแจงรายละเอียดการใช้งบประมาณว่า อยู่ในปีงบประมาณ 2570 หรือ 2571 และต้องใช้งบประมาณเท่าใด โดยจะต้องมีกำหนดการแล้วเสร็จให้ชัดเจนด้วย

 

สำหรับประเด็นสุดท้าย คือ ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลต้องทบทวนและตรวจสอบความคุ้มค่าและโปร่งใสของงบประมาณให้ครบถ้วน รวมไปถึงจำนวนกำลังพล ว่ามีชื่อปฏิบัติหน้าที่แต่ตัวอยู่จริงหรือไม่ มีการทุจริตเบิกเงินเดือนแต่ตัวไม่อยู่หรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์และกล้องวงจรปิดว่าสูญหายหรือไม่ และหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ ได้ฝากไปถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยว่า สิ่งที่เคยประกาศว่าจะทวงคืนความยิ่งใหญ่ให้ภาคใต้นั้น วันนี้เป็นรัฐบาลแล้วแต่ยังไม่เห็นการเริ่มต้นฟื้นฟูอย่างแท้จริง

 

"การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ขอให้ท่านลงไปทำงานจริง ๆ ไม่ใช่ลงไปแค่สร้างภาพแล้วกลายเป็นภาระให้ข้าราชการในพื้นที่ต้องมาคอยต้อนรับ หาก ครม. ลงไปแล้วทำจริง ให้งบประมาณจริง พัฒนาจริง อย่าเป็นแค่เสือกระดาษ เราก็พร้อมยินดี" นายชัยชนะ ระบุ

 

ด้าน นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงปัญหาเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อส่งผ่านไปยังรัฐบาลก่อนการประชุม ครม.สัญจร โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาความเดือดร้อนใน 3 ด้าน ที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย คือ ปัญหาการบริหารจัดการน้ำหลังเผชิญอุทกภัย ที่พบว่าการขุดลอกคูคลองในพื้นที่รับผิดชอบ ของกรมชลประทานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงล่าช้า ติดหล่มในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างผู้รับเหมา

 

จึงขอเสนอให้กรมชลประทานนำเครื่องจักรของตนเอง ลงพื้นที่ดำเนินการโดยตรง หรือบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล เพื่อเร่งลอกทางน้ำให้ทันท่วงทีก่อนที่ฤดูมรสุมระลอกใหม่จะมาถึง เพราะแม้รัฐบาลจะอนุมัติงบกลางลงมา แต่การดำเนินงานไม่สำเร็จ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน และทำให้กรมชลประทานต้องตกเป็นแพะรับบาปในท้ายที่สุด

 

ขณะที่ประเด็นนิคมอุตสาหกรรมจะนะ นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน พบว่ายังคงมีความวิตกกังวลและสับสนอย่างยิ่ง เนื่องจากในอดีตเคยมีบทเรียนจากการผลักดันโครงการพลังงานต่าง ๆ ที่สัญญาว่าประชาชนจะได้ใช้ไฟฟ้าฟรีหรือก๊าซราคาถูก แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้จริง ซ้ำร้ายยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพ จนทำให้เกิดความเคลือบแคลงว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดกลับกลายเป็นกลุ่มนายหน้าและนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อที่ดิน

 

ดังนั้นจึงได้สะท้อนให้รัฐบาลต้องเปิดรับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างจริงจัง ตามกรอบการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และต้องไม่ดำเนินนโยบายที่สวนทางกับสิ่งที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง

 

นอกจากนี้ ในส่วนที่เป็นปัญหาวิกฤตของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพทะเลสาบตื้นเขิน จากตะกอนดินทรายหลังน้ำท่วม ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจะเป็นการเปิดโอกาสให้โรงงานอุตสาหกรรมซ้ำเติมวิกฤตด้วยการลักลอบปล่อยน้ำเสียด้วย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) เข้ามาแสดงบทบาทและรับผิดชอบดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครหาดใหญ่

 

รวมถึงโครงสร้างท่อระบายน้ำใต้ดินที่ชำรุดทรุดโทรม ก่อนที่จะระบายน้ำเสียลงสู่คลองแห คูเต่า อำเภอบางกล่ำ และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนความสมบูรณ์ให้แก่แหล่งทำมาหากินของชาวประมงอย่างเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด