นายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ถูกจับกุมฐานเรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชา มีคนสนิทของอธิบดีโทรศัพท์กดดันผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ โดยอ้างตำแหน่งพร้อมระบุว่า ยังมีอำนาจอยู่
ย้ำให้แจ้งแก่ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ ผู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ ผู้อำนวยการส่วนโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า หัวหน้าโครงการพระราชดำริ ว่า
หากมีเจ้าหน้าที่เรียกสอบให้ให้การว่า เงินที่พบในห้องทำงานอธิบดี เป็นเงินที่รวบรวมส่งให้ฝ่ายบริหารเพื่อระดมทุนเข้ามาช่วยเหลือในกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนช่วยเหลือแก้ไขปัญหาช้างป่า ค่าบูชาบรมรูปจำลอง รัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการบูชากันเมื่อไม่นานมานี้ ค่าสมทบทุนสร้างพระซึ่งอธิบดีมีแนวคิดจะสร้างพระ หรือกองทุนสนับสนุนเครือข่ายแก้ไขปัญหาไฟป่า
นายชัยวัฒน์ยังขอโทษเจ้าหน้าที่ทุกคนซึ่งเป็นผู้ปกป้องพิทักษ์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ โดยสิ่งที่ตนทำนั้นไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้งใคร แต่ต้องการช่วยเหลือหัวหน้าหน่วยงานที่ถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับการรักษาตำแหน่งซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง