อีกกลุ่มหนึ่ง ที่รู้ตัวแล้วจากการชี้มูลความผิดจนสำนวนเดินทางไปถึงศาลสั่งให้"หยุดปฏิบัติหน้าที่" ถือว่าเป็นกลุ่มที่ชวนระทึกกว่าใครเพื่อน เพราะนอกจากรอลุ้นการตัดสินของศาลจะออกหัวหรือก้อย ผลจากคำสั่ง"หยุดปฏิบัติหน้าที่" ทำให้ขยับตัวลำบากต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่แน่ชัดว่าตนเองจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ได้หรือไม่ เปิดช่องสร้างโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามทิ่มแทงทำลายความน่าเชื่อถือในตัวผู้สมัคร
ดังปรากฎ กรณีนักการเมืองที่ถูก"ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในขณะนี้ เริ่มตั้งแต่ พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ "วิรัช รัตนเศรษฐ" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหาร พรรคพลังประชารัฐ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา 5 สมัย อดีตประธานกรรมการในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลของชวน หลีกภัย ในคดีทุจริตโครงการสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งคดีนี้ไม่ใช่"บิ๊กเนม"แห่งโคราชรายเดียว ยังพ่วงไปถึง "ทัศนียา รัตนเศรษฐ" ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ "ทัศนาพร เกษเมธี" สังกัด พรรคเศรษฐกิจไทย
อีกราย "ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์" ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน
ไม่เพียง "พลังประชารัฐ" ในส่วนของ"พรรคเพื่อไทย" ปรากฎชื่อ "สมหญิง บัวบุตร" ส.ส.อำนาจเจริญ ถูกศาลฏีกาสั่ง"หยุดปฏิบัติหน้าที่" ในคดีทุจริตสนามฟุตซอลเช่นกัน ขณะที่ "อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์" ศาลฎีกา"สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่"ภายหลังรับคำร้องปมเรียกรับเงิน 5 ล้าน
"พรรคภูมิใจไทย" ที่อุดมด้วยพลังดูด ปรากฎ ส.ส.ตัวเต็งเลือกตั้งครั้งหน้าจากพัทลุง อยู่ในอาการลูกผีลูกคน ไม่ว่าเป็น "ภูมิศิษฎ์ คงมี" และ "ฉลอง เทิดวีระพงศ์" ศาลฏีกาสั่ง"หยุดปฏิบัติหน้าที่"ใน"คดีเสียบบัตรแทนกัน"เช่นเดียวกับ "ธณิกานต์" ส.ส.พลังประชารัฐ กทม. หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.นำร่องข้างต้นแล้ว
"พรรคภูมิใจไทย" ยังต้องติดตามชะตากรรมการเมืองของ "กนกวรรณ เครือวัลย์" รมช.ศึกษาฯ "หยุดปฏิบัติหน้าที่" หลัง ป.ป.ช.ยื่นคำร้องคดีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง รุกที่ป่าเขาใหญ่รอกำหนดนัดวันขึ้นเขียงพิพากษาจะหมู่หรือจ่า
มิพักกล่าวถึงบรรดานักการเมือง ที่สวมบทนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ล้วนได้รับบทลงโทษความผิด ชนิดที่ระหว่างนี้ยังไม่มีโอกาสกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้สนับสนุนอยู่ห่างๆ อย่างเช่น คดีกบฎ กปปส. ศาลพิพากษาให้ตัดสิทธิทางการเมือง โดยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กำหนดคนละ 5 ปี ชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ปชป. อิสระ สมชัย อดีตส.ส.ปชป. ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรมว.ศึกษาธิการ ทยา ทีปสุวรรณ อดีต แกนนำ กปปส. ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
เลวร้ายไปกว่านั้น ในกรณีความผิดถูกศาลสั่งตัดสิทธิการเมือง ไม่ว่าเป็น "สิระ เจนราคะ" อดีตส.ส.พลังประชารัฐ โดนโทษคดีอาญาจำคุก 1-10 ปี และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี จากคดีแจ้งข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จลงสมัครเลือกตั้ง อีกรายของ พปชร."ปารีณา ไกรคุปต์" โดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต จากคดีความผิดมาตรฐานจริยธรรม จากการรุกป่าโดยมิชอบ
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงกลุ่มนักการเมืองที่กำลังอยู่บนเส้นด้ายรอการพิจารณาตัดสินคดีความ จึงตกอยู่ในอาการลุ้นระทึก แค่ด่านการนัดพิพากษาไม่แน่นอนว่าจะทันการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหรือไม่
นี่ ยังไม่ต้องกล่าวถึงผลการตัดสิน หากเป็นความผิด บทลงโทษนั้นรุนแรงนัก ชนิดดับอนาคตทางการเมือง ดังตัวอย่างที่มีให้เห็นข้างต้น