จากการเยือนของนางเพโลซี ทำให้จีน "เชือด" ไต้หวันทันที กระทรวงพาณิชย์จีนลงดาบแรกด้วยการระงับการส่งออกทรายธรรมชาติไปยังไต้หวัน มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ ซึ่งทรายธรรมชาติเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการผสมคอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้าง จากข้อมูลเมื่อปี 2550 ไต้หวันนำเข้าทรายธรรมชาติจากจีนกว่า 90%
ดาบที่สอง คือ การระงับนำเข้าผลไม้ตระกูลส้ม ปลาดาบเงินลายทางขาวแช่เย็น ปลาทูแขกแช่แข็งจากไต้หวัน มีผลวันที่ 10 กรกฎาคม โดยให้เหตุผลว่าพบร่องรอยยาฆ่าแมลงบนผลไม้ตระกูลส้ม และเชื้อโคโรนาไวรัสบนบรรจุภัณฑ์ปลาแช่แข็งบางประเภทเมื่อเดือนมิถุนายน
ดาบที่สาม คือ "ดำเนินการทางวินัย" กับมูลนิธิไต้หวัน 2 แห่ง คือ Taiwan Foundation for Democracy และ Taiwan Foreign Ministry's International Cooperation and Development Fund ที่จีนอ้างว่า มีส่วนร่วมกับกิจกรรมสนับสนุนการแบ่งแบกดินแดน และยังห้ามไม่ให้ร่วมมือกับองค์กร บริษัท หรือบุคคล ในจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย ถ้าพบว่ามีองค์กร บริษัท หรือบุคคลใดในจีนที่ยังสนับสนุนทางการเงินแก่มูลนิธิทั้งสอง ก็จะมีมาตรการเพิ่มเติมที่จำเป็นมาจัดการ และห้ามทำความตกลงหรือความร่วมมือกับบริษัทไต้หวัน 4 แห่ง ได้แก่ Speedtech Energy Co. ผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์, Hyweb Technology Co. ผู้ให้บริการด้านดิจิทัล, Skyla ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และ SkyEyes ผู้ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าเเช่เย็น ที่บริจาคเงินให้มูลนิธิทั้ง 2 แห่ง และห้ามผู้บริหารบริษัททั้ง 4 เข้าจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย