ก็มีหลายคำถามเกิดขึ้น ที่ล้วนแต่บ่งชี้ถึงความล้มเหลวทั้งด้านการป้องกันประเทศ และโยบายของไทย ที่มีต่อพม่าอย่างชัดแจ้ง จากการชี้แจงของโฆษก ทอ.ที่ออกมายืนยันว่า “เครื่องบิน F 16 ของไทยขึ้นบินถึงที่หมายภายใน 5-10 นาที ชี้เครื่องบินรบเมียนมาไม่เป็นภัยคุกคาม เพราะไม่ได้พุ่งปักหัวเข้ามาในเขตไทย แต่ได้ใช้อาวุธกับชนกลุ่มน้อย แล้วม้วนตัวออก”
ทางกองทัพอากาศได้เฝ้าระวัง และติดตามอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จากการวิเคราะห์และดูจากสถานการณ์ ไม่พบว่าจะมีการบินเข้ามาในลักษณะของภัยคุกคาม เพราะเจตนาไม่ได้พุ่งตรงปักหัวมาทางทางเรา เพราะหากว่าเขายังไม่ล้ำแดน เข้ามาเราก็ยังไม่สามารถปฏิบัติการใดๆ ได้ เพราะจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อกัน
ยิ่งฟังดูเป็นการแก้ตัวที่คือการยอมรับโดยปริยายในความล้มเหลวของการป้องกันประเทศนะครับ คือถ้าในจอเรดาร์ก็เห็นอยู่แล้วว่า มีเครื่องบินรบพม่า บินวนประชิดชายแดนอยู่นานขนาดนั้น ที่จะรุกล้ำเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ก็ยังปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามาได้อีก โดยไม่คิดทำอะไรก่อนหน้า แทนที่จะส่งเครื่องบินของเราขึ้นไปเป็นเชิงป้องปรามแต่แรก ถ้าเขายังบินวนได้ เราบินในเขตเราเองไม่ได้หรือ? ต้องรอให้เขาบุกเข้ามาก่อนหรือ?
แล้วจะมาบอกว่าดูแล้วไม่คุกคาม แต่นี่มันเป็นเรื่องอธิปไตยและความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินคนไทยนะครับ มันไม่มีความสำคัญเลยหรืออย่างไร? การแถลงแบบนี้ก็เท่ากับยอมรับเองถึงการปล่อยปละละเลย ความหละหลวมในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ
และที่อ้างกลัวกระทบความสัมพันธ์อะไรนั่นคือตลกมาก ก็แล้วทางทหารพม่าเขากลัวหรือเกรงใจเราบ้างไหมล่ะครับ? หรือว่าเก่งแต่กับลาซาด้าแต่เจอพม่าแล้วหงอย?