"ศิธา ทิวารี"เผยต้นเหตุความเหลื่อมล้ำในประเทศมาจากการทุจริตเชิงนโยบาย จนบนทีพรรคการเมืองกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุน ย้ำต้องพัฒนาเยาวชนสู่ Global Citizen เพื่อไปแข่งขันกโลก รวมถึงขจัดอุปสรรคต่อการลืมตาอ้าปากของปชช.

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

25 มิถุนายน 2565 น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาการเมืองพรรคไทยสร้างไทย ร่วมอภิปรายในงาน "8ปีสวัสดิการสังคมไทยภายใต้ระบอบประยุทธ์กับอนาคตรัฐสวัสดิการอนาคตประชาธิปไตยไทย" โดย We Fair กล่าวถึงโครงสร้างของการเมืองไทยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากการทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งนักธรุกิจใหญ่ๆ ที่ร่ำรวยเริ่มแปรสภาพจากการขายปลีก ขายส่ง มาประมูลงานจากภาครัฐ

 

"คนที่ไม่ชำนาญวิศกรรมหรือการเดินทางมาทำธุรกิจด้านนี้กันหมด แล้วพวกเขาก็ตอบแทนกลับมาให้กับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองนั้นๆ แบบไม่มีใบเสร็จ กลายเป็นว่าพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุน บางพรรครับเงินจากกลุ่มทุนถึง 5,000 ล้านบาท ในการสร้างคะแนนเสียง สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเหลื่อมล้ำของไทย สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก คนจนจนลง คนรวยรวยขึ้น คนรวย 1% ครอบครองทรัพย์สิน 70% ของประเทศ คนอีก 99% คือ คนจน ขณะที่ดัชนีทุจริตทำลายสถิติ พุ่งขึ้นสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย" น.ต.ศิธา กล่าว  
 

น.ต.ศิธา กล่าวต่อว่า แล้วจะบอกว่าคนรุ่นใหม่ก็ไม่พอใจ ก็ออกไปจากประเทศ ในความเป็นจริงออกไปไม่ได้ เพราะพวกเขาถูกปลูกฝังมาอยู่ในกรอบการศึกษาไทย ที่สอนให้เด็กท่องจำ แต่ไม่ได้สอนให้คิด ไม่ได้สอนให้เป็น Global Citizen ที่ไปแข่งขันกับต่างประเทศ ขณะเดียวกัน คนรวยที่กอบโกยสูบทรัพยากรไปจนหมดประเทศ พวกเขาค่อยไปเติบโตในต่างประเทศหรือไปอยู่ที่ไหนก็ได้

 

"แต่พวกเรานี่แหละที่ต้องอยู่ในประเทศนี้ต่อ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเลือกพรรคไหนไม่สำคัญ แต่ขอให้เลือกพรรคที่ไม่ได้มีนายทุนหนุนหลัง และไม่เป็นประโยชน์ให้พวกเขา พวกเขา 99% ถึงจะชนะและมีอำนาจในการกำหนดนโยบาย เพราะสุดท้ายนโยบายที่ออกจากรัฐมันไม่ได้ตอบโจทย์เท่านโยบายที่มาจากประชาชน" น.ต.ศิธา ระบุ
 

ขณะเดียวกัน น.ต.ศิธา ยังได้ตอบคำถามของตัวแทน 7 เครือข่ายที่มาร่วม เช่น เด็กต้องได้รับการดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์และต้องพัฒนาการศึกษาให้เป็น Global Citizen เพื่อไปแข่งกับตลาดโลก รัฐต้องจัดสรรที่ดินใหม่เพื่อให้คนชั้นแรงงานมีที่อยู่ในเมืองตามที่เขาเคยอยู่ใกล้ๆ กับแหล่งงาน แต่พัฒนาให้มีที่อยู่อาศัยที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่หลอกให้พวกไปอยู่ชานเมืองไกลๆ แล้วก็เข้ามาทำงานไม่ได้ เพราะค่าเดินทางแพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ สุดท้ายก็จะขาดแคลนคนทำงานในเมือง ประเทศไทยต้องทำขั้นบันไดภาษีให้ชัดเจน เห็นด้วยกับการเก็บภาษีมั่งคั่ง นายทุนควรเอากำไรกลับมาคืนสู่สังคม เป็นต้น

 

น.ต.ศิธา ยังย้ำว่าพรรคมีนโยบายที่ดูแลตั้งแต่เกิดจนแก่ เริ่มจากเรียนฟรี กองทุนเครดิตประชาชน ไปจนถึงบำนาญประชาชนเพื่อดูแลผู้สูงวัย อีกทั้ง ยังต้องดูแลกลุ่มคนที่มีอัตลักษณ์แตกต่าง เช่น คนพิการ หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งสวัสดิการ ความต้องการขั้นพื้นฐาน การรับคนเข้าทำงาน และอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้ อีกทั้ง ยังมีนโยบายหาเงินเข้าประเทศ เช่น Digital Economy ดึงดูดคนรุ่นใหม่ หรือ Digital Nomad เข้ามาทำงานในประเทศ เอากฎหมายที่เป็นอุปสรรค์ในการทำมาหากินออก และระบบภาษีที่ไม่เป็นธรรม

 

 

"ขอให้ทุกคนมาร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบให้ลูกหลาน ขอให้คนร่วมกันเลือกพรรคฝั่งประชาธิปไตยและพรรคไทยสร้างไทย เพื่อมาช่วยฝ่ายประชาธิปไตยทำงาน" น.ต.ศิธา กล่าวว่า