ด้านบวก
1.ผสมกับอาหาร ช่วยเจริญอาหาร จึงนำมาปรับใช้กับผป.มะเร็งและผป.เอดส์ได้
2.ช่วยลดการคลื่นไว้อาเจียนในผป.โรคมะเร็งและโรคเอดส์
3.ใช้ขนาดพอเหมาะสมจะช่วยลดอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้
4.การศึกษาพบว่าช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งและทำให้มะเร็งสมองมีขนาดลดลงได้
5.ใช้ขนาดเหมาะสม ช่วยทำให้นอนหลับได้ดี และใช้รักษาโรคลมชัก เป็นต้น
6.ทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหาร หรืออื่นๆ ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจได้ เป็นต้น
ด้านลบ
1.กระตุ้นประสาทในช่วงต้นของการเสพ ร่าเริง ช่างพูด ตื่นเต้น หัวเราะตลอดเวลา แล้วตามมาด้วยการกดประสาท เหมือนดื่มสุรา ง่วงนอน เซื่องซึม หากเสพปริมาณมาก อาจประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา หูแว่ว หวาดระแวง ความคิดสับสน ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจถึงขนาดไม่รู้จักตัวเองและสิ่งแวดล้อมได้
2.บางรายอาจสูญเสียความทรงจำ สับสน วิตกกังวล
3.บางรายเกิดอาการสมาธิสั้น ความจำลดลง มีปัญหาการตัดสินใจ ความผิดปกติของหัวใจและทางเดินหายใจ
4.ทำลายสมรรถภาพทางกาย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ภูมิต้านทานลดลง
5.มีผลกระทบต่อสมองเด็กทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ เสียสมาธิ ความจำลดลง และมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก
6.ผู้เสพกัญชาขับขี่ยานพาหนะ ทำงานกับเครื่องจักร มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าคนทั่วไป
7.การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชา 4ม้วน มีผลกระทบต่อร่างกายเท่ากับสูบบุหรี่ปกติ20ม้วน เป็นต้น
ดังนั้น เมื่อปลดล๊อคกัญชาเสรีแบบไม่มีขอบเขตในช่วงที่ไม่มีกฎหมายควบคุมเช่นนี้ ผลด้านลบของการเสพกัญชาเสรีก็จะ
“ออกฤทธิ์ต่อทั้งจิตประสาท และออกฤทธิ์ต่อสังคมวงกว้าง” แน่ๆ
มีพรรคการเมือง2พรรค เสนอร่างพรบ.กัญชง กัญชา เข้าสภา รัฐบาลขอรับไปพิจารณาเนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน
เชื่อว่ารัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายของรัฐบาลมาปะกบ แต่กว่าการพิจารณากฎหมายในขั้นตอนสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ยังต้องใช้เวลาอีกยาว อย่างน้อยก็ราว5-6เดือนเป็นอย่างเร็ว
การปล่อยให้เกิดเป็นช่องว่างใหญ่และนาน เป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพของประชาชนและสังคมแน่ๆ
จึงมีคนเสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหาร “ออกพระราชกำหนด ควบคุมการบริโภคกัญชา” ในส่วนที่จะปกป้อง/ป้องกันอันตรายต่อเด็ก เยาวชน คนท้อง คนเปราะบางทั้งหลาย และไม่เป็นอันตรายต่อสังคม เพื่อปิดช่องโหว่โดยเร็ว
ส่วนการออกพรบ.เพื่อให้มีการควบคุ้มการบริโภคกัญชาอย่างรอบด้าน ก็ทำกันไป เพราะต้องช่วยกันคิดและถกเถียงกันอีกมาก เหมือนการควบคุมการบริโภคสุราและยาสูบ
หรืออย่างน้อย รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ควรออกคำสั่งนายกฯ จัดให้มีกลไกระดมทุกฝ่ายเข้ามาวางมาตรการกำกับดูแลการเสพกัญชาและลงมือทำจริงจังทันที ในช่วงที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะใช้
นี่คือ
“ความรับผิดชอบของรัฐบาล “
ที่ควรรีบทำ ในฐานะที่เป็นฝ่ายทำให้เกิดช่องโหว่นี้ขึ้น
จะทำแค่ชี้แจงผิวๆเผินๆ ให้ความรู้ความเข้าใจไปวันๆ แล้วหวังหรือเรียกร้องให้ปชช. คนในสังคมเสพกัญชากันอย่างถูกต้อง ไม่เป็นพิษภัยกับตัวเองและคนอื่น
ไม่เพียงพอครับ