เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: "แฮร์รี-เมแกน" จำใจสวนกระแส แม้เจ็บลึก

12 ก.ย. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

WORLD: "แฮร์รี-เมแกน" จำใจสวนกระแส แม้เจ็บลึก

แม้จะพยายามยิ้มและบอกว่า "มีความสุขที่ได้กลับไปอังกฤษ" ตามที่ทีมพีอาร์พยายามสื่อสารออกมา แต่เบื้องหลังความสุขที่ว่านั้น กลับมีจดหมายฉบับหนึ่งจากราชสำนักบักกิงแฮม ที่ถูกมองว่าเป็นเหมือน "สวิตช์" ที่ปิดหนทางกลับสู่แสงไฟของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ไปโดยสิ้นเชิง

😊 [รอยยิ้มที่ซ่อนความเจ็บปวด]

แหล่งข่าวที่เชื่อว่าเป็นทีมพีอาร์ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ออกมายืนยันว่าการกลับสหราชอาณาจักรของทั้งคู่ครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ทั้งสอง "รู้สึกยินดี" แม้จะมีความขัดแย้งกับราชสำนักบักกิงแฮมอยู่ก็ตาม

 

แต่คำถามคือ ถ้าทุกอย่างราบรื่นจริง แล้วทำไมยูกันดาถึงถอนตัวจากการแข่งขันกีฬาที่ทั้งคู่ทุ่มเทมาตลอด?

 

🇺🇬 [ยูกันดาถอนตัว จุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิด]

เรื่องราวพลิกผันเมื่อยูกันดาประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน Invictus Games ที่มีกำหนดจัดขึ้นในปี 2027 อย่างกะทันหัน คนใกล้ชิดของทั้งคู่เปิดเผยว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็น "ผลโดยตรง" มาจากพระราชหัตถเลขาของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่ทรงย้ำชัดเจนว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนมีสถานะเป็นเพียง "สามัญชน" (private citizens) เท่านั้น ไม่ใช่ "บุคคลสาธารณะ" (public figures) ตามที่ทั้งคู่ต้องการ

 

พลเอกมูฮูซี ไคเนรูกาบา แห่งยูกันดา ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ประเทศของเขาจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆ หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าชาร์ลส์ พร้อมย้ำว่าตั้งใจจะจัดการกับสิ่งที่เขาเรียกว่า "เรื่องไร้สาระของแฮร์รีและเมแกน" ให้จบสิ้นไป

 

ฟังดูแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องกีฬาธรรมดา แต่เป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์ระหว่างซัสเซ็กซ์กับราชวงศ์กำลังตึงเครียดกว่าที่คิด

✉️ [จดหมายจากวัง สวิตช์ที่ปิดประตูทุกบาน]

ในตอนแรก ฝั่งซัสเซ็กซ์ระบุว่า จดหมายฉบับนี้ซึ่งเป็นพระบรมราชโองการที่ส่งผ่านลอร์ดแชมเบอร์เลน สร้างความประหลาดใจให้เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนอย่างมาก และอ้างว่าไม่มีเวลาเพียงพอที่จะทำความเข้าใจเนื้อหา ก่อนที่มันจะถูกเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนไปแล้ว

 

แหล่งข่าวใกล้ชิดของคู่รักให้สัมภาษณ์กับ ITV News ว่า ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลสืบเนื่องอย่างชัดเจนจากแนวทางของลอร์ดแชมเบอร์เลนที่ประกาศออกมาอย่างเร่งรีบ โดยไม่มีการพูดคุยกันล่วงหน้า จนกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ยูกันดาตัดสินใจถอนตัว และที่น่าเศร้าที่สุดคือ คนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ กลับเป็นนักกีฬาที่ตั้งใจเข้าร่วมการแข่งขัน

 

แล้วทำไมจดหมายฉบับเดียว ถึงมีน้ำหนักมากพอจะเปลี่ยนใจทั้งประเทศได้ขนาดนี้?

 

💰 [เมื่อการขาย "วินด์เซอร์" ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด]

การจัดการแข่งขัน Invictus Games ถูกมองว่าเป็นความพยายามของซัสเซ็กซ์ในการกลับมาอยู่ในสายตาสาธารณชนอังกฤษอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ไปแสวงหา "อิสระทางการเงิน" ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยการนำเรื่องราวในนาม "วินด์เซอร์" ไปทำสารคดี ให้สัมภาษณ์ หรือออกหนังสือ ซึ่งช่วงแรกสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเองล้วนๆ กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง

👶 [ลูกคือหัวใจ เหตุผลที่ต้องกลับมายืนหยัด]

ทีมพีอาร์ของซัสเซ็กซ์พยายามอธิบายว่า แม้จะมีความขัดแย้งกับราชสำนัก แต่ครอบครัวก็ต้องทำใจยอมรับสถานการณ์ เพราะลูกทั้งสอง คือ อาร์ชี วัย 7 ขวบ และลิลิเบต วัย 5 ขวบ ได้ปรับตัวเข้ากับโรงเรียนใหม่เรียบร้อยแล้ว และเรื่องของลูกยังคงเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา

 

แหล่งข่าวให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร People ว่า เรื่องอื่นๆ จะค่อยๆ ลงตัวไปเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนนี้มีภารกิจมากมายที่ต้องจัดการ ทั้งคู่เพิ่งย้ายข้ามซีกโลกมา และช่วงที่ผ่านมาก็วุ่นวายอยู่กับการดูแลความเป็นอยู่ของลูกๆ ให้เข้าที่เข้าทาง สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญตอนนี้คือเรื่องนี้ และยังคงมีความสุขที่ได้กลับมา

 

🤔 [สถานะที่ค้างคาใจ อยากเป็น "คนสำคัญ" แต่ไม่ต้องรับผิดชอบ?]

หลายฝ่ายเชื่อว่า การถูกลดสถานะเป็น "สามัญชน" ทั้งที่ทั้งคู่ต้องการเป็น "บุคคลสาธารณะ" นั้น สร้างความไม่พอใจให้ฝั่งซัสเซ็กซ์อย่างมาก เพราะลึกๆ แล้ว พวกเขาต้องการการยอมรับว่าในระดับส่วนตัว ยังคงเป็นสมาชิกของราชวงศ์อยู่ แม้จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐอีกต่อไปแล้วก็ตาม

 

หลายคนมองว่าจดหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนปุ่มปิดสวิตช์ เพราะถ้าปล่อยให้ทั้งคู่ทำตัวเป็นบุคคลสาธารณะได้ ก็อาจนำไปสู่รูปแบบ "half-in, half-out" คือไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกราชวงศ์อย่างเต็มตัว แต่ยังอาศัยความเป็นสมาชิกราชวงศ์มาสร้างรายได้เข้ากระเป๋าตัวเองไปด้วย

 

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างซัสเซ็กซ์กับราชวงศ์อังกฤษยังคงคาราคาซังแบบนี้ คำถามที่น่าคิดต่อคือ ทั้งคู่จะเลือกเดินหน้าต่อไปในทิศทางไหน ระหว่างการยอมรับสถานะ "สามัญชน" อย่างเต็มตัว หรือจะยังคงพยายามหาจุดกึ่งกลางที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่พอใจต่อไป

ข่าวล่าสุด