เนชั่นทีวี

ข่าว

ลงมติ "ฮั้ว สว." แค่จุดเริ่มต้น! เปิดไทม์ไลน์มหากาพย์สู้คดี 4 ด่านหิน ก่อนถึงมือศาลฎีกา

15 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

ลงมติ "ฮั้ว สว." แค่จุดเริ่มต้น! เปิดไทม์ไลน์มหากาพย์สู้คดี 4 ด่านหิน ก่อนถึงมือศาลฎีกา

หนังชีวิตเพิ่งเริ่ม! มติ กกต. สั่งฟัน 77 ราย แค่จุดเริ่มต้น! เปิดไทม์ไลน์ 4 ด่านหินคดี "ฮั้ว สว." สู้ยาวถึงศาลฎีกา ลุ้นจบก่อนหมดวาระปี 72

หนังชีวิตเพิ่งเริ่ม! มติ กกต. สั่งฟัน 77 ราย แค่จุดเริ่มต้น! เปิดไทม์ไลน์ 4 ด่านหินคดี "ฮั้ว สว." สู้ยาวถึงศาลฎีกา ลุ้นจบก่อนหมดวาระปี 72

KEY

POINTS

  • มติ กกต. ฟัน 77 ราย: กกต. แถลงสั่งฟันคดีฮั้ว สว. รวม 77 ราย มี สว. ปัจจุบันโดน 26 ราย ส่วนกลุ่มรัฐมนตรี-ภูมิใจไทยรอด
  • เปิด 4 ด่านหินธุรการ-ศาล: ต้องร่างคำวินิจฉัยกลาง 7 หมื่นหน้า (ใช้เวลา 1-2 เดือน) ก่อนส่งฟ้องศาลฎีกา ซึ่งหากศาลรับฟ้อง สว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
  • สู้ยาวลากข้ามปี: ชั้นศาลใช้ระบบไต่สวนพยาน คาดใช้เวลา 6 เดือน ถึงกว่า 1 ปี ลุ้นผลตัดสินก่อน สว. หมดวาระในปี 2572

15 กันยายน 2569 สิ้นสุดการรอคอยกันไปแล้ว เมื่อ กกต. โดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. ตั้งโต๊ะแถลงมติ กกต. สั่งฟันคดีฮั้ว สว.รวม. 77 ราย แต่ใน 77 รายมี สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบัน เพียง 26 ราย โดยมติครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี กก.บห.ภูมิใจไทย รอด


มติครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า จะสะเด็ดน้ำเสียทีเดียว  หากแต่นี่คือ "เสียงระฆังเปิดฉาก" ของมหากาพย์การต่อสู้คดีทางกฎหมายที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก เพราะเบื้องหลังมติ กกต. ยังมีด่านหินทางธุรการ คำวินิจฉัยกลาง ตัวบทกฎหมายในสำนักคดี และกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาที่อาจลากยาวข้ามปี รอพิสูจน์ฝีมือและข้อเท็จจริงกันอีกหลายตลบ!  

ลงมติ "ฮั้ว สว." แค่จุดเริ่มต้น! เปิดไทม์ไลน์มหากาพย์สู้คดี 4 ด่านหิน ก่อนถึงมือศาลฎีกา

"เนชั่นออนไลน์" อธิบายขยายความแต่ละส่วน แล้วนึกตามกันไป คดีนี้ อาจจะจบพร้อมสิ้นสุดวาระ สว.หรือไม่?

 

ขั้นตอนที่ 1:  ส่งเข้า "สำนักกฎหมายและคดี" ทันทีหลังมีมติ  (สมมติ ลงมติวันที่ 14  กันยายนนี้  ทั้งที่วงในสืบทราบมาว่า มีการลงมติกันไว้ล่วงหน้าก่อนวันที่ 14 ก.ย.ด้วยซ้ำ) 

เมื่อ กกต. ลงมติรายบุคคลเสร็จสิ้น (เช่น ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 77(26) คน มีใครโดนฟ้องบ้าง) เรื่องจะถูกตีกลับลงมาที่ สำนักกฎหมายและคดี ของสำนักงาน กกต. ทันที ฝ่ายกฎหมายมีหน้าที่นำมตินั้นมาแกะพฤติการณ์ รวบรวมพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ (เช่น เส้นทางการเงิน, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์) เพื่อนำมาประกอบเขียนเป็นโครงร่างคำฟ้องและโครงร่างคำวินิจฉัย 

 

ขั้นตอนที่ 2: การทำ "คำวินิจฉัยกลาง" (กระบวนการที่อาจใช้เวลา 1-2 เดือนหรือ 60 วัน)

คำวินิจฉัยกลาง คือ หนังสือชี้ขาดอย่างเป็นทางการของ กกต. ที่ระบุว่าเหตุใดจึงสั่งฟ้องบุคคลนั้นๆ ซึ่งมีความยาวและรายละเอียดสูงมาก (กรณี สว. มีเอกสารรวมกว่า 70,000 หน้า)

ฝ่ายกฎหมายต้องเขียนล้อตามมติให้รัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหานำไปฟ้องกลับ กกต. ตามมาตรา 157 เมื่อร่างเสร็จ จึงจะส่งให้กรรมการ กกต. ทั้ง 7 คนลงนามกำกับ จึงจะเสร็จสิ้นออกมาเป็น "คำวินิจฉัยกลาง" ที่สมบูรณ์ 

 

ขั้นตอนที่ 3: ส่งฟ้องศาลฎีกา (คดีใบแดง/ใบดำ)

เมื่อได้คำวินิจฉัยกลางและคำร้องที่สมบูรณ์แล้ว กกต. จะให้เจ้าหน้าที่สำนักคดีนำเอกสารทั้งหมดนี้ เดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาโดยตรง (ไม่ต้องย้อนกลับไปที่สำนักคดีอีกรอบแล้ว) เพื่อให้ศาลพิจารณาประทับรับฟ้องและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

กระบวนการในชั้นศาลฎีกาอาจใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน ถึงมากกว่า 1 ปี

เนื่องจากคดีทุจริตหรือ "ฮั้ว สว." มักมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก พยานหลักฐานซับซ้อน และต้องผ่าน ระบบไต่สวน อย่างละเอียด โดยขั้นตอนในแผนกคดีเลือกตั้งของศาลฎีกา มีลำดับขั้นตอนดังนี้


1. ขั้นตอนการตรวจคำร้องและรับหรือไม่รับคดี (ตรวจพิมพ์เขียวสำนวน) เมื่อ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ศาลจะไม่ได้รับฟ้องทันที แต่จะมีขั้นตอน "ตรวจคำร้อง" 

การพิจารณาเบื้องต้น: ศาลจะตรวจดูว่าคำร้องของ กกต. ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีองค์ประกอบความผิดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 หรือไม่ 

สั่ง "รับ" หรือ "ไม่รับ" ?

  • หากไม่รับ: คดีตกไป สว. ปฏิบัติหน้าที่ต่อตามปกติ
  • หากรับฟ้อง: ศาลจะประทับรับฟ้องเป็น "คดีดำ" และส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกกล่าวหา (สว.) แก้ต่าง 


ผลกระทบสำคัญ: สว. ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที นับแต่วันที่ศาลรับฟ้อง จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา (เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น)


2. ขั้นตอนการยื่นคำให้การและการตรวจพยานหลักฐาน
ยื่นคำให้การ: ศาลจะกำหนดระยะเวลาให้ สว. ยื่นคำให้การแก้ต่างเพื่อสู้คดี (มักให้เวลาประมาณ 15-30 วัน)

วันตรวจพยานหลักฐาน: ศาลจะนัดทั้งฝ่าย กกต. และฝ่าย สว. มาประชุมร่วมกันเพื่อดูว่าฝ่ายใดจะอ้างอิงพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือคลิปหลักฐานชิ้นไหนบ้าง ขั้นตอนนี้จะช่วยบีบให้คดีแคบลงและวางตารางนัดไต่สวน 


3. ขั้นตอนการไต่สวนของศาล (หัวใจหลักของคดี)

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งใช้ "ระบบไต่สวน" ไม่ใช่ระบบกล่าวหา หมายความว่า:

  • ศาลไม่ได้นั่งฟังแค่พยานที่สองฝ่ายเอามานำเสนอเท่านั้น แต่ ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลภายนอกมาไต่สวนเองได้ หากเห็นว่าจำเป็นต่อการค้นหาความจริง 
  • เจ้าพนักงานศาลหรือผู้พิพากษาจะซักถามพยานเป็นหลัก จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้ทนายความทั้งสองฝ่ายถามค้าน 
  • จุดที่ทำให้คดีช้า: คดีฮั้ว สว. มักเป็นคดีกลุ่ม (เช่น โดนฟ้องพร้อมกันหลายสิบคน) การนัดไต่สวนพยานของ สว. แต่ละคนจึงต้องใช้เวลานานมาก ถ้านัดชนกันหรือพยานไม่มา ก็ต้องเลื่อนนัดออกไป 


4. ขั้นตอนการทำคำพิพากษา (คดีแดง)

เมื่อไต่สวนพยานหลักฐานจนสิ้นกระแสความแล้ว
องค์คณะผู้พิพากษาจะประชุมลับเพื่อพิจารณาลงมติและเขียน คำพิพากษาฉบับเต็ม คำวินิจฉัยสูงสุด: ศาลฎีกาจะนัดอ่านคำพิพากษา (ถือเป็นอันสิ้นสุด เป็นคดีแดง) 

  • หากยกฟ้อง: สว. กลับเข้าทำงานได้ตามปกติ
  • หากผิดจริง: ศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) และพ้นจากตำแหน่ง สว. ทันที

 

สรุปเหตุผลที่ต้องใช้เวลานาน (6 เดือน - 1 ปี+)

1. ปริมาณผู้ถูกกล่าวหา: คดีฮั้วมักกระทำกันเป็นขบวนการ เอกสารและพยานบุคคลจึงมีจำนวนมหาศาล
2. มาตรฐานการพิสูจน์ที่สูงกว่า กกต.: ในชั้น กกต. ใช้เพียงหลักฐาน "อันควรเชื่อได้ว่า" แต่ในชั้นศาลฎีกา ศาลต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัย และมั่นใจอย่างปราศจากข้อระแวงสงสัยว่ามีการกระทำผิดจริง จึงทำให้การกลั่นกรองต้องใช้เวลาอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด

 

เมื่อพิจารณาตามข้างต้น หาก กกต.มีการส่งฟ้อง ฮั้ว สว. จำนวนหนึ่ง กระบวนการพิจารณาคดีก็จะเป็นไปตามที่กล่าวข้างต้น 

เมื่อเปิดปฏิทินประเทศไทยล่วงมาถึงเดือน ก.ย หรือจะใกล้แตะปลายปี2569  กับวาระการทำงานของสว.ที่เหลืออยู่ 2 ปีกว่าๆ

วุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน (ชุดที่ 12 / สว. 200 คน จากการเลือกกันเอง) เข้ามารับหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 และตามรัฐธรรมนูญปี 60 สว. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี (วาระจะสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2572)

ฉะนั้น เมื่อ 26 สว.  เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล กว่าถึงวันศาลตัดสิน จะทราบคำสั่งศาล ก่อน สว.ครบวาระการทำงานหรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน

อีกประการที่ต้องจับตา 26 สว. จะเป็นกลุ่ม สว.พลีชีพ  ตามที่มีเสียงวิจารณ์หรือไม่ 

โดยเมื่อไปให้การในชั้นศาล จะให้การจำกัดวงความผิด ไม่ขยายพาดพิง บุคคลอื่นหรือไม่ เพราะระบบศาลเป็นระบบไต่สวน หาพยานหลักฐานเพิ่มได้แล้ว 

เหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นชวนคิดต่อ ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ

ข่าวล่าสุด