"หลังจากเกิดเหตุ เด็กนักเรียนไปโพสต์ในทวิตเตอร์ ว่าครูใช้คำพูดไปกดดันเด็ก แต่จากการดูพฤติกรรมการทำงานของครูจรรยา ที่เป็นหัวหน้างานดูแลนักเรียนมาสามปีที่ผ่านมา ก็ช่วยเหลือเด็กคนอื่นๆมาตลอด ส่วนประเด็นที่เด็กโพสต์ในทวิตเตอร์ว่า ครูบอกว่าถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องเรียนนั้น ตัวเองไม่ได้ยินก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับครูด้วย แต่เชื่อมั่นว่าไม่มีครูคนไหนที่จะไม่ปรารถนาดีกับเด็กอย่างแน่นอน และเชื่อมั่นในความเป็นครูของครูโรงเรียนสตรีพัทลุงทุกคน"ผอ.โรงเรียนสตรีพัทลุง กล่าว
" จะพูดว่าไม่มีเงินแล้วไม่มีสิทธิ์เรียนที่นี่ เชื่อว่าไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ คงไม่มีครูคนไหนพูดเช่นนั้น แต่ก็คงจะต้องเสาะหาข้อเท็จจริงกัน และได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง 5 คน เพื่อจะสอบถามว่าความจริงของเรื่องนี้คืออะไร ซึ่งก็จะต้องให้ความเป็นธรรมกับครู และให้ความเป็นธรรมกับเด็ก และเด็กคนนี้ก็อยู่ในระหว่างการเตรียมที่จะช่วยเหลือตามระบบอยู่แล้ว ที่จะต้องเดินไปตามขั้นตอน แต่เวลาที่ได้คุยกับเด็กครั้งสุดท้ายวันที่ 11 พฤษภาคม จนมาทราบข่าวว่าเด็กเสียชีวิต" ผอ.โรงเรียนสตรีพัทลุง กล่าว
ผอ.โรงเรียนสตรีพัทลุง กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวคิดเองว่า ครูคงไม่ได้อธิบายถึงรายละเอียดในการไปอยู่ที่บ้านพักเด็ก เด็กอาจจะมองอีกมุม การสื่อสารกับเด็กอาจจะทำให้เด็กไม่เข้าใจ ทางโรงเรียนกำลังจะดำเนินการให้เด็กมาอยู่ที่บ้านพักเด็ก แต่ต้องให้ทางผู้ปกครองก็คือแม่ อนุญาต
ในส่วนปัญหาของครอบครัวน้อง คงจะพูดไม่ได้ แต่ความหมายของเด็กที่บอกเพื่อนให้เปิดโปง คืออะไร เพราะในระหว่างนั้น เด็กก็คุยกับครูสุรวัฒน์อยู่ ซึ่งครูบอกว่ายังคุยกันดี ยังระบุให้เด็กมาพร้อมกับแม่ ในช่วงวันที่ 17-20 พฤษภาคม ซึ่งเด็กก็รับทราบ และไม่นึกว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ และก่อนหน้านี้ตอนเรียน ม.2 ยังสามารถติดต่อแม่เด็กได้ โดยทางแม่เด็กบอกว่า ฝากครูดูแลให้ลูกเรียนจบ ม.2 ก่อน แล้วค่อยย้ายไปเรียนใกล้บ้าน ที่คลองหอยโข่ง เพื่อไปอยู่กับแม่เรียนจบ ม.2 ก่อน แล้วค่อยย้ายไปเรียนใกล้บ้าน ที่คลองหอยโข่ง เพื่อไปอยู่กับแม่
ภาพ/ข่าว : ลัดดา มณีรัตน์ สำนักข่าวเนชั่น จ.พัทลุง