การที่มาร์กอสใช้ชื่อเดียวกับพ่อ ก็ยิ่งถูกมองว่าเขาต้องการ "ฟอกขาว" สิ่งที่พ่อของเขาเคยทำไว้ในช่วง 21 ปี ที่อยู่ในอำนาจ รายงานของกลุ่มนิรโทษกรรมสากลระบุว่า การบังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศช่วงระหว่างปี 2515-2524 ทำให้มีคนถูกส่งเข้าคุกราว 70,000 คน ถูกทรมาน 34,000 คน และถูกสังหารมากกว่า 3,000 คน ทั้งยังกอบโกยความมั่งคั่งของประเทศไปมหาศาลราว 5,000 ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์อีกด้วย ส่วน ซาราที่ได้ชื่อว่าเป็น "ลูกบังเกิดเกล้า" ของดูเตอร์เต ก็ถูกมองว่าหวังจะช่วยพ่อให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรม ภายใต้นโยบายทำสงครามกวาดล้างยาเสพติดแบบเกินกว่าเหตุในปี 2559
ในการลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซาราได้คะแนนเสียงสูงถึง 31,132,387 หรือ 61.19% ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างวุฒิสมาชิกกิโก ปังกิลินัน ที่ได้เพียง 9,133,445 หรือ 17.95% และซอตโต วิเซนเต ประธานวุฒิสภา ได้ 8,122,246 หรือ 15.97% ซึ่งคะแนนของซารา น่าจะได้อานิสงส์จากคะแนนนิยมของพ่อ