"บิ๊กโจ๊ก" จับแก๊งปลอมใบประวัติอาชญากร ตร.เร่งล้างความผิดให้ ปชช.
03 พ.ค. 2565

"บิ๊กโจ๊ก" แถลงจับแก๊งปลอมใบตรวจสอบประวัติอาชญากร ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งแก้ ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน
ข่าว
03 พ.ค. 2565

"บิ๊กโจ๊ก" แถลงจับแก๊งปลอมใบตรวจสอบประวัติอาชญากร ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งแก้ ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน
วันนี้ (3 พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงการดำเนินการแก้ไขรายการข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากร ของบุคคลที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติอาชญากรตามนโยบายในโครงการ “ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน” และแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาปลอมเอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากร
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบประวัติของบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สมัครงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ประชาชนที่เคยมีประวัติถูกฟ้องคดีอาญา แต่ศาลยกฟ้อง ที่ยังมีประวัติอาชญากรรมอยู่ในฐานข้อมูลของกองทะเบียนประวัติอาชญากร อาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้รับการพิจารณา ขาดโอกาสในการกลับไปใช้ชีวิตเช่นประชาชนคนอื่น
ทำให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.และ ตน เร่งศึกษาและแก้ไข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการทะเบียนประวัติอาชญากรของ ตร. ให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผบช.สพฐ. และ พล.ต.ต.ฐากูร นิ่มสมบูรณ์ ผบก.ทว. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งจากข้อมูลสถิติ ณ วันที่ 28 เม.ย. 65 มีจำนวนประวัติที่ยังไม่ได้คัดแยกผลคดีกว่า 12.4 ล้านราย ในจำนวนนี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งรายงานผลคดีถึงที่สุดให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบแล้ว จำนวน 7.8 ล้านราย คงเหลือที่พนักงานสอบสวนจะต้องรายงานผลคดีถึงที่สุดเพิ่มเติมอีกจำนวน 4.6 ล้านราย จึงมอบหมายให้ทุกสถานีตำรวจเร่งสำรวจข้อมูลคดีอาญาถึงที่สุดในความรับผิดชอบ
และมุ่งเน้นการคัดแยกประวัติอาชญากรรมที่เข้าเกณฑ์ ในกรณีดังต่อไปนี้ 1. คดีที่พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง หรือสั่งยุติการดำเนินคดีอาญา ตามระเบียบว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ 2.ศาลสั่งยกฟ้อง หรือไม่ประทับรับฟ้อง 3.ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามระเบียบของ ตร. นั้น ได้กำหนดให้นำข้อมูลและลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา มาจัดเก็บลงในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรไว้ก่อน แม้ต่อมาพนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ก็ไม่ได้นำรายชื่อของผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะต้องมายื่นคำร้องต่อกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อคัดชื่อออกเอง สร้างภาระให้กับประชาชน จึงได้มีการจัดทำโครงการ “ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน” ขึ้น
ซึ่งเมื่อการคัดแยกหรือทำลายรายการข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของบุคคลที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติอาชญากรที่เข้าหลักเกณฑ์ตามระเบียบ ตร. โดยไม่ต้องเดินทางมาร้องขอด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว จะมอบหมายสายตรวจในพื้นที่แจ้งให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประวัติทราบต่อไป
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในขณะที่มีการดำเนินการโครงการดังกล่าว ตำรวจพบว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้ แสวงหาผลประโยชน์ด้วยการหลอกลวงว่า สามารถดำเนินการลบประวัติให้ได้ ตร. จึงได้ติดตามจับกุมได้ 2 ราย คือ นายวรพล ทรงสละบุญ อายุ 28 ปี ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กลุ่มไรเดอร์ต่าง ๆ ว่า สามารถตรวจสอบและลบข้อมูลประวัติอาชญากรรมได้ โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง โดยจะคิดค่าบริการรายละ 200 – 2,000 บาท
แต่จากการตรวจสอบพบว่า เอกสารที่นายวรพล จัดทำมานั้นเป็นเอกสารราชการที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาทั้งฉบับ จึงแจ้งข้อหา “พยายามฉ้อโกงประชาชน , ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม , นำเข้าข้อมูลอันเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ” และส่งพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดี
กรณีที่ 2 ได้มีพลเมืองดี เข้ามาสอบถามทางเพจของกองทะเบียนประวัติอาชญากร พร้อมส่งเอกสารการตรวจสอบประวัติมาให้ดู จากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเอกสารราชการปลอม กองทะเบียนประวัติอาชญากรจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน และจากการสืบสวนทำให้ทราบว่า ผู้ที่ทำเอกสารปลอมขึ้นมานั้นคือ นายจำลอง ยิ่งตระกูล อายุ 58 ปี
โดยนายจำลองฯ รับว่า ตนเองได้ทราบว่าทางบริษัทจะต้องไปเอาเอกสารการตรวจสอบประวัติพนักงานจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อใช้ในการเบิกเงิน ตนเองคิดว่าสามารถทำขึ้นมาเองได้ เนื่องจากตนเองเจอเอกสารการตรวจสอบประวัติเก่าตั้งแต่ปี 2562 จึงนำข้อความมาตัดแปะ และถ่ายเอกสารหลายครั้งเพื่อปกปิดร่องรอยการปลอมแปลง เมื่อได้รับทราบว่าทางกองทะเบียนประวัติอาชญากรมีการแจ้งความ จึงได้เข้ามามอบตัวที่ สน.ปทุมวัน โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่า ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ได้ทราบถึงพฤติการณ์ในการกระทำผิดลักษณะดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปได้ช่วยกันสอดส่องในการแอบอ้างเกี่ยวกับการแก้ไขประวัติมิให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลมายัง กองทะเบียนประวัติอาชญากรโดยตรง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-2051315 ในเวลาราชการ 08.30-16.30 น.หรือ www.crd-check.com
ข่าวล่าสุด