ดีอีแจ้งความ ล่าต้นตอข้อมูลทะเบียนรถหลุด ขนส่งปิดระบบด่วน
04 ส.ค. 2569 | titayu_pur

กระทรวงดีอี แจ้งความตำรวจไซเบอร์ ล่าตัวการทำข้อมูลทะเบียนรถคนดังหลุด ยืนยันกระทบตั้งแต่นายกฯ ด้านกรมการขนส่งทางบกสั่งปิดระบบชั่วคราว เร่งตรวจสอบช่องทางรั่วไหล
ข่าว
04 ส.ค. 2569 | titayu_pur

กระทรวงดีอี แจ้งความตำรวจไซเบอร์ ล่าตัวการทำข้อมูลทะเบียนรถคนดังหลุด ยืนยันกระทบตั้งแต่นายกฯ ด้านกรมการขนส่งทางบกสั่งปิดระบบชั่วคราว เร่งตรวจสอบช่องทางรั่วไหล
KEY
POINTS
4 สิงหาคม 2569 กระทรวงดีอี โดย รมช.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ลุยแจ้งความ บก.สอท. เร่งเอาผิดผู้ลักลอบเผยแพร่ ข้อมูลทะเบียนรถหลุด กระทบคนดังถึงระดับนายกรัฐมนตรี โดยบูรณาการความร่วมมือ PDPC-สกมช.-กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เจาะลึกระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก หาช่องทาง ข้อมูลส่วนบุคคลหลุด ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก สั่งปิดระบบชั่วคราว เพื่อเช็กประวัติย้อนหลัง พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถึงที่สุด
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวออกมาในโลกออนไลน์ว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลหลุด เป็นคนดังในวงการ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีลงมา ในเบื้องต้น กระทรวงดีอีได้ประสานกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ตรวจสอบข้อเท็จจริงของการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ให้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย และกรมการขนส่งทางบกของกระทรวงคมนาคม ในการเข้าไปตรวจสอบข้อมูล ว่า ข้อมูลที่หลุดออกไปนั้น เกิดจากสาเหตุใด ซึ่งได้ส่งทีมไปทันที ตั้งแต่มีเรื่องดังกล่าว
จากที่ได้รับรายงานล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ได้เริ่มปิดระบบเป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบย้อนหลังว่า ผู้ใดเป็นผู้นำข้อมูลออกไปเผยแพร่ และมีช่องทางรั่วไหลอย่างไร
พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี ได้พิจารณาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วยแล้ว
“กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่า การเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ เข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งครอบคลุมลักษณะการกระทำความผิด ได้แก่ การนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ การนำเข้าข้อมูลที่กระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ฯลฯ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” รมช.ดีอี กล่าว