ผู้ค้าออนไลน์ ร้อง กขค.บี้แพลตฟอร์มปลดล็อกผูกขาดบริษัทขนส่ง
04 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

ผู้ค้าออนไลน์ ร้อง กขค.บี้แพลตฟอร์มปลดล็อกผูกขาดบริษัทขนส่ง-ขึ้นค่าธรรมเนียมซ้ำเติมรายย่อย เสี่ยงปิดกิจการ-เลิกจ้างทั่วประเทศ
ข่าว
04 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

ผู้ค้าออนไลน์ ร้อง กขค.บี้แพลตฟอร์มปลดล็อกผูกขาดบริษัทขนส่ง-ขึ้นค่าธรรมเนียมซ้ำเติมรายย่อย เสี่ยงปิดกิจการ-เลิกจ้างทั่วประเทศ
นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เข้ายื่นเรื่องทวงถามความคืบหน้าต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ขอให้ตรวจสอบเอาผิดกับแพล็ตฟอร์มออนไลน์อีคอมเมิร์ซผูกขาดขนส่ง หรือ ไม่สามารถขอเปลี่ยนขนส่งได้ โดยเห็นว่า พฤติกรรมการล็อคขนส่ง ยังเหมือนเดิม ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดต่อแนวทางการแข่งขันทางการค้าที่สำนักงาน กขค. ประกาศใช้ แม้สำนักงาน กขค. จะประกาศแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการไม่กีดกันการแข่งขัน การไม่บังคับใช้บริการของตนเอง และการไม่เอาเปรียบผู้ประกอบการ แต่สภาพตลาดที่พบยังไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงตามเจตนารมณ์ของประกาศ แพลตฟอร์มยังปิดกั้นในการเลือกขนส่ง และผูกขาดเพียงรายเดียวเช่นเดิม อีกทั้งการขอเปลี่ยนบริษัทขนส่งในแพลตฟอร์ม ก็ดำเนินการได้ยาก หรืออาจถูกปฏิเสธ จนสุดท้ายผู้ประกอบการต้องก้มหน้าทนใช้ขนส่งที่ไม่มีศักยภาพเหมือนเดิมจนส่งผลต่อกระทบธุรกิจ
ขณะเดียวกัน บริษัทขนส่งที่ไม่ได้รับโอกาสแข่งขันอย่างเป็นธรรม และมีศักยภาพการให้บริการที่พร้อมมากกว่า ก็อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณงานที่ลดลง ซึ่งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลายรายกังวลว่า หากยังปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเลิกจ้างพนักงาน และความมั่นคงของพนักงานในธุรกิจขนส่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหลายรายสะท้อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะร้านค้า แต่ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้บริโภค เพราะเมื่อต้นทุนของร้านค้าสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายด้านการจัดส่ง ร้านค้าจำนวนหนึ่งย่อมต้องปรับราคาสินค้า ลดการจัดโปรโมชั่น หรือรับกำไรที่น้อยลงเพื่อประคองธุรกิจ
ผู้ร้องจึงขอให้ กขค. ตรวจสอบพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนว่า เข้าข่ายจำกัดการแข่งขัน หรือสร้างเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยหรือไม่ รวมถึงขอให้เร่งดำเนินการหากพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นธรรมในตลาดอีคอมเมิร์ซ
นายอนันต์ชัย ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า หากการแข่งขันในตลาดลดลง ผู้ประกอบการมีทางเลือกน้อยลง และต้นทุนการขายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สุดท้ายผู้ที่ต้องรับภาระอาจไม่ใช่เพียงร้านค้า แต่รวมถึงผู้บริโภคที่ต้องซื้อสินค้าในราคาสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ดังนั้ย ประเด็นที่สังคมจับตาในเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงการมีอยู่ของกฎหมาย แต่คือการบังคับใช้กฎหมายจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด เพราะหากข้อร้องเรียนยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการจำกัดทางเลือกด้านขนส่ง และภาระค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการระบุว่า เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อมั่นต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดอีคอมเมิร์ซก็อาจถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ รองเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ในฐานะผู้แทนสำนักงาน กขค. รับหนังสือเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการของกฎหมายการแข่งขันทางการค้าต่อไป