ซูเปอร์มาร์เก็ตจำกัดการขายน้ำมันพืช
ตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ได้เริ่มจำกัดการขายน้ำมันพืชกันแล้ว และเพื่อชดเชยการขาดแคลนน้ำมัน อินเดียได้หันไปตั้งความหวังไว้กับพืชอย่างมัสตาร์ดและถั่วเหลือง ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพึ่งพาตนเอง
แนวคิดปลูกปาล์มน้ำมันเอง
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันปาล์มอันดับต้น ๆ ของโลก แต่กลับผลิตเองได้เพียง 2.7% ส่วนแนวคิดปลูกปาล์มน้ำมันเองนั้น พบว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ชอบสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกชุก สม่ำเสมอตลอดปี มีความชื้นสูง การจะปลูกก็ต้องตัดไม้เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ที่อาจเป็นบนเนินเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ แต่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ยกตัวอย่างของอินโดนีเซียกับมาเลเซียว่า การก้าวสู่ความสำเร็จในการเป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของโลก ต้องแลกด้วยความสูญเสียป่าฝนเขตร้อน
ผลกระทบจากการ "ทำตัวเอง"
ปริทธา เซน นักประวัติศาสตร์ด้านอาหาร บอกว่าอันที่จริงชาวอินเดียปรุงด้วยน้ำมันที่มีกลิ่นหอมและรสจัด เช่น มัสตาร์ด ถั่วลิสง มะพร้าว และงา ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอาศัยอยู่ส่วนใดของประเทศ การเปลี่ยนไปใช้น้ำมันพืชและเมล็ดพืชจากต่างประเทศ เช่น ปาล์มกับดอกทานตะวัน อาจเกี่ยวข้องกับการขยายตัวของเมือง และความเป็นสากล และวิกฤตการณ์น้ำมันปรุงอาหารของเราบางส่วน เกิดจาก "เราทำตัวเอง" หลังจากถูกล็อบบี้ให้นำเข้าน้ำมันจากต่างชาติ
การใช้น้ำมันพืชที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เช่น ปาล์มและดอกทานตะวัน น่าจะเป็นเพราะมีแรงงานอพยพ หรือชาวต่างชาติย้ายถิ่นฐานเข้าไป และกลายเป็นว่าอาหารอินเดียที่ได้รับความนิยม จะมีส่วนผสมของน้ำมันอะโวคาโด น้ำมันมะพร้าว น้ำมันเนย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วลิสง และน้ำมันเมล็ดงา ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ