ส่วนรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ 3 รายชื่อ แต่เหมือนน้ำหนักตกไปที่"แพทองธาร" นายแพทย์ชลน่าน ถามกลับว่า น้ำหนักนั้นมาจากไหน เพราะไม่ได้เกิดจากกลไกของพรรค หากน้ำหนักนั้นมาจากประชาชนก็มีสิทธิที่จะสนับสนุนได้ พร้อมยืนยันว่าจะยังส่ง 3 รายชื่อแน่นอนตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรค พร้อมประกาศอย่างชัดเจนทันทีเมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภาซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด
นายแพทย์ชลน่าน ระบุถึงกระแสข่าวการพบปะพูดคุยระหว่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับนายทักษิณเพื่อเจรจาร่วมรัฐบาลนั้น ว่า พรรคไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และขอให้ไปถามกับทางรัฐบาลเอง
ทั้งนี้ นายแพทย์ชลน่าน ยังยืนยันว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในสมัยประชุมนี้ตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านแน่นอน และมีคณะทำงานเกี่ยวกับเนื้อหาสาระอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีการสรุปในวันที่ 26 เมษายนนี้ โดยต้องพิจารณาผลกระทบเรื่องอื่นๆโดยเฉพาะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้
แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะส่งรายงานเข้าสู่ที่ประชุมสภาในวันที่ 24 พฤษภาคม และน่าจะเข้าสู่การพิจารณาจึงมีระยะเวลา 1 เดือนหลังจากนั้นพอดีในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร" หรือ "อุ๊งอิ๊ง" ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ยืนยัน ไม่ทิ้งคนรากหญ้า แม้เสียงคนส่วนใหญ่ของประเทศจะไม่ดังเท่าเสียงคนส่วนน้อย แต่อยากจะพาให้พวกเขาพ้นจากความยากจน พรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่า จะใช้สติปัญหาของประเทศ แก้ไขปัญหาปากท้องเพื่อพี่น้องคนไทย และเพื่อให้คนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมั่นใจว่า ชีวิตจะดีขึ้น อย่างที่ทุกคนทราบว่า มีการ กอบโกยผลประโยชน์มากมายเพื่อพวกพ้องของประเทศ โดยไม่สนใจพี่น้องประชาชน ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่มีฐานะยากจนอย่างมาก และขณะนี้มีหนี้สะสมมา 8 ปี
"แพทองธาร" กล่าวว่า ส่วนตัวขอส่งการบ้าน 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมการมีส่วนรวมและกระจายอำนาจสู่ประชาชน ให้มีการกระจายอำนาจทางการศึกษา สาธารณสุข การเกษตรและการปกครองท้องถิ่นให้อยู่ในระดับจังหวัด ไม่ต้องขึ้นมาที่ส่วนกลาง เพื่อให้กระทรวงต่างๆมีขนาดเล็กลง ไม่ล่าช้าเหมือนปัจจุบัน
2.ดึงศักยภาพของคนไทยโดยใช้ Soft power 1 คนต่อ 1 ครอบครัว พร้อมอธิบายคำว่า Soft power คือ พลังอำนาจที่ทำให้คนทั่วโลกโอบรับวัฒนธรรมของประเทศอื่น ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้น จึงต้องค้นหาศักยภาพของคนไทยให้ได้ 1 คนต่อ 1 ครอบครัว เท่ากับ บ้านเราจะมี 16 ล้าน Soft power และจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น
3.เกษตรกรต้องเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทั้งการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีในการถนอมผลผลิตทางการเกษตร
4.จุดเปลี่ยนสำคัญ Digital Transformation ครั้งใหญ่ ด้วยการใช้ระบบออนไลน์ในการติดต่อราชการ นอกจากนี้ จะพัฒนาเรื่องสินค้า OTOP โดยยืนยันว่า หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะทำให้ดีกว่าสมัยพรรคไทยรักไทย
5.เตรียมคนไทยเข้าสู่ยุค Metaverse เพื่อพัฒนา เพื่อให้คนไทยเข้าสู่ตลาดดิจิตอล เช่น คริปโต พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากความล้าหลังทางด้านเทคโนโลยี เชื่อว่า เมื่อเข้าสู่ยุค Metaverse ได้ จะมีคนรุ่นใหม่ที่ก้าวข้ามจากความยากจนไปเป็นมหาเศรษฐีได้ ที่สำคัญ ไทยจะไม่เป็นเมืองขึ้นทางเทคโนโลยีของต่างประเทศอีกต่อไป พร้อมประกาศเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยว่า "คนไทยทำ คนไทยใช้ คนไทยฉลาด คนไทยเจริญ"
"แพทองธาร" ย้ำทิ้งท้ายอีกว่า หากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสบริหารประเทศ 8 ปี คงไม่เห็นปรากฎการณ์คนย้ายประเทศ เพราะคนอยู่ต่างประเทศอยากกลับมาประเทศของเรา ดังนั้น เป้าหมายต่อไป ต้องแลนด์สไลด์ ต้องได้อำนาจรัฐ ทุกสิ่งที่กล่าวมาจึงจะเป็นจริงได้ และจะทำทุกอย่างให้เป็นรูปธรรม เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภา เพราะเป้าหมายของเพื่อไทยคือ แลนด์สไลด์