บริษัทเชลล์ยืนยันเมื่อวานนี้ว่าบริษัทจะสูญเสียทรัพย์สินถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการเลิกทำธุรกิจในรัสเซียโดยบริษัทจะไม่ซื้อน้ำมันในรัสเซียอีกต่อไปแต่สัญญาที่เซ็นไว้ก่อนรัสเซียบุกยูเครนยังคงมีผลอยู่ เชลล์แถลงว่าค่าใช้จ่ายของบริษัททำให้ไม่สามารถทำธุรกิจในรัสเซียต่อไปได้รวมถึงต้องถอนการลงทุนร่วมกับก๊าซปรอมของรัสเซียด้วย
ก่อนหน้านี้เชลล์ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียในราคาถูกหลังจากสงครามถล่มยูเครนเริ่มได้ไม่นาน จนทำให้บริษัทต้องออกมาขอโทษและรับปากว่าจะหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซียซึ่งจะทำให้บริษัทสูญเสียเงินระหว่าง 4,000-5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการตัดสัมพันธ์กับรัสเซียในครั้งนี้
เชลล์แถลงว่าจะยังไม่มีการทบทวนสัญญาซื้อน้ำมันระยะยาวกับรัสเซียจะทำก็ต่อเมื่อมีแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลรัสเซียแล้วเท่านั้น การตัดสินใจของเชลล์ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกที่ยังเปราะบางอยู่โดยหลังประกาศราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปแตะที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นเพราะรัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศ่่ที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามและความขัดแย้งจะทำให้ซัพพลายหยุดชงัก แม้อังกฤษจะนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพียงเล็กน้อยแต่ก็ส่งผลต่อราคาตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลแพงเป็นประวัติการณ์มาแล้ว