“ในส่วนของ 3 กลุ่มแรก เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว กลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ของทหารใช้ซ้อมรบ ส่วนกลุ่มที่ทุกคนเป็นห่วงคือกลุ่มที่ 4 ที่เกี่ยวกับรีสอร์ทต่างๆ เราจับหมดแน่นอน เพราะขณะนี้เป็นคดีอยู่ เราไม่ได้พิสูจน์สิทธิเพื่อให้กลุ่มทุนได้ทำรีสอร์ท แต่ต้องใช้อำนาจทางกฎหมายของกรมป่าไม้ ในการนำพื้นที่ของรัฐตามเดิม แต่เป็นพื้นที่ของส.ป.ก. ซึ่งผมเข้าใจที่หลายคนอาจจะดูเพียงแค่การสัมภาษณ์ หรือพาดหัวข่าว ที่บอกว่าเราตัดป่าไปแสนกว่าไร่ แต่ความเป็นจริงคือเราเอากลับคืนมามากกว่า 90,000 ไร่ ซึ่งกระจายไปยังสามกลุ่มแรก ที่ต้องปฏิบัติตามมติของ ครม.“ นายสุชาติ กล่าว
ส่วนกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ นายสุชาติ กล่าวว่า ในกลุ่มที่ 4 ที่มีประชาชนบางท่านอยู่มาก่อนตั้งแต่ปี 2540 กว่าๆ เราได้ให้กรมอุทยานฯไปพิสูจน์สิทธิประมาณ 6 เดือน แต่ย้ำว่ายังไม่ใช่การยกหรือตัดให้ ส่วนกลุ่มที่ 1 , 2 , 3 และ 5 ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. พร้อมทั้งมีความเห็นแนบท้ายว่าหน่วย ส.ป.ก. คณะกรรมการ และหน่วยงานที่จะมีกรมป่าไม้เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยพิจารณาสิทธิ์ ต้องร่วมออกความเห็นออกมาเป็นรายแปลง
นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกำชับตนว่า ต้องให้ความเป็นธรรมในเรื่องของประชาชนที่ยากจนจริงๆ และอยู่ในพื้นที่มาก่อนมีการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน และต้องให้ความเห็นใจกับกลุ่มอนุรักษ์ หรือเอ็นจีโอด้วย ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ตรงกลาง แต่หากไม่ทำก็จะเกิดการตกค้าง และทำไม่เสร็จสักที แต่ถือว่าโชคดีที่เราทำการปรับปรุงแผนที่แนวที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) ที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อเร็วๆนี้ทำให้นำมาใช้พิสูจน์ได้
"ผมอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าไม่ทำก็เห็นใจชาวบ้าน ส่วนเรื่องกฎหมายคงไม่มีใครกล้าหยิบมาทำ เพราะไม่ว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ต้องฟ้อง แต่เมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเขาฟ้องร้องเรา เราก็ต้องยอมรับ เพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือครอบครัว ซึ่งผมไม่มีซักหนึ่งตารางวา แต่ผมทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้"