ในวันประกาศสงครามกับยูเครน ประธานาธิบดีปูตินเปรียบเทียบผู้นำยูเครนว่าเป็นนาซีซึ่งพูดตอกย้ำมาตั้งแต่ปี 2014ที่รัสเซียผนวกไครเมีย การทำสงครามครั้งนี้ก็เพื่อปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ดำเนินมา 8 ปีแล้วซึ่งหมายถึงสงครามปราบกบฏแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคดอนบาสซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีเชื้อสายรัสเซีย รัสเซียจึงจำเป็นต้องทำลายความเป็นนาซีของยูเครน เป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวยิวบางคนที่รอดตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความงุนงงเพราะไม่เคยเห็นหลักฐานว่ามีกิจกรรมแบบใดส่อไปในทางนาซีหรือฟาสซิสต์ในยูเครน
ยาคอป บลิช ซึ่งเป็นแรบไบหรือผู้นำทางศาสนาของชาวยิวที่อยู่ในยูเครนมานานบอกให้ลองถามตัวเองดูว่ามีฟาสซิสต์ประเทศไหนโหวตให้ชาวยิวเป็นประธานาธิบดีของยูเครนถึง 73 เปอร์เซ็นต์ มีประเทศไหนที่ชาวยิวได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ฟาสซิสต์ประเทศไหนที่ให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชนของชาวยิวและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ทุกด้าน ไม่เคยขับไล่แรบไบ ต่างกับยุคของประธานาธิบดีปูตินที่เนรเทศแรบไบ 10 คนออกจากรัสเซีย และปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
แรบไบผู้ใช้ชีวิตในยูเครนกว่า 30 ปีสรุปว่าปีศาจที่แท้จริงก็คือปูตินที่ฆ่าคนไม่เลือกหน้าแต่อ้างว่าต้องการสู้กับลัทธินีโอนาซีหรือนีโอฟาสซิสต์ นี่คือฆาตกรสังหารหมู่ และนี่เป็นสาเหตุที่เขาอยู่นิ่งไม่ได้และคิดว่าใครก็ตามที่นิ่งเฉย ถือว่าเป็นผู้สนับสนุนคนก่อกรรมทำเข็ญอย่างปูตินครับ