เลือกตั้งนายกสภาวิชาชีพบัญชี "วินิจ" เบอร์1 ชู AI Hub ลุยงานต่อ
10 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"วินิจ ศิลามงคล" เบอร์ 1 ชิงนายกสภาวิชาชีพบัญชี 2569 ชูนโยบายลุยงานต่อไม่รอเริ่มใหม่ พร้อมดัน AI Hub ครบวงจร ยกระดับนักบัญชีไทย ปลอดภัย e-Voting 15 ส.ค.นี้
Business
10 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"วินิจ ศิลามงคล" เบอร์ 1 ชิงนายกสภาวิชาชีพบัญชี 2569 ชูนโยบายลุยงานต่อไม่รอเริ่มใหม่ พร้อมดัน AI Hub ครบวงจร ยกระดับนักบัญชีไทย ปลอดภัย e-Voting 15 ส.ค.นี้
KEY
POINTS
10 สิงหาคม 2569 สมาชิกร่วมแสนรายเตรียมลงคะแนนประวัติศาสตร์ในการ เลือกตั้งสภาวิชาชีพบัญชี ประจำปี 2569 ผ่านระบบ e-Voting ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ โดย วินิจ ศิลามงคล หัวหน้าทีมเบอร์ 1 Move Forward Together เปิดวิสัยทัศน์ลุยงานต่อไม่หยุดชะงัก ชูสโลแกน "ทำต่อ ไปให้ไกล ไปด้วยกัน" พร้อมยกวาระเร่งด่วนผลักดัน AI Hub ครบวงจร เพื่อยกระดับวิชาชีพบัญชีไทย และวางแนวปฏิบัติใช้ AI คุ้มครองข้อมูลลูกค้าอย่างปลอดภัย
วันเสาร์ที่ 15 ส.ค. 69 จะเป็นวันประวัติศาสตร์ของวิชาชีพบัญชีไทย เมื่อสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีกว่าหนึ่งแสนรายทั่วประเทศ จะลงคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการวาระปี 2569–2572 ผ่านระบบ e-Voting เป็นครั้งแรก — ก่อนถึงวันสำคัญ เราได้พูดคุยกับ วินิจ ศิลามงคล หัวหน้าทีมหมายเลข 1 "Move Forward Together" ถึงเส้นทาง วิสัยทัศน์ และเหตุผลที่อาสาทำงานต่ออีกวาระ
ถาม: เริ่มจากคำถามพื้นฐานที่สุด — ทำไมถึงตัดสินใจลงสมัครต่อ
"ตอบจากใจเลยนะครับ เพราะงานยังไม่เสร็จ ตลอดวาระที่ผ่านมา เราวางรากฐานไว้หลายเรื่อง บางเรื่องเห็นผลแล้ว เช่น ระบบ Member Portal ที่สมาชิกใช้อยู่ทุกวันนี้ หรือการเลือกตั้ง e-Voting ที่ทุกท่านกำลังจะได้ใช้เป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้ — นี่คือสิ่งที่พวกเราร่วมผลักดันจนเป็นจริง แต่บางเรื่องยังเดินอยู่กลางทาง เช่น การเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องภาระของผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งต้องอาศัยความต่อเนื่องและความสัมพันธ์ที่สั่งสมไว้ ถ้างานเหล่านี้ต้องหยุดชะงักเพื่อให้ใครมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ผู้เสียประโยชน์คือสมาชิกครับ ไม่ใช่ผม"
ถาม: คำว่า "Move Forward Together — ทำต่อ ไปให้ไกล ไปด้วยกัน" สามคำนี้หมายถึงอะไร
"ทำต่อ คือความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เริ่มไว้ ไปให้ไกล คือความทะเยอทะยานให้วิชาชีพเราไม่หยุดแค่ตามโลกทัน แต่ต้องนำในบางเรื่องให้ได้ และ ไปด้วยกัน สำคัญที่สุดครับ — หมายถึงไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้ทำบัญชีในจังหวัดเล็กๆ ต้องได้รับการดูแลเท่าคนที่อยู่ติดสภาฯ นักบัญชีรุ่นใหม่ต้องมีเส้นทางที่มองเห็นอนาคต และผู้สอบบัญชีอาวุโสต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างมั่นใจในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว"
ถาม: เรื่อง AI ถูกยกให้เป็นวาระเร่งด่วนของทีม เพราะอะไร
"เพราะมันคือจุดใหญ่ใจความของวิชาชีพในเวลานี้ครับ ผมเดินสายพบสมาชิกมาทั่ว ทุกเวทีถามเรื่องเดียวกันหมด — AI จะแทนเราไหม อยากใช้แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ใช้แล้วข้อมูลลูกค้าปลอดภัยหรือเปล่า คำถามพวกนี้บอกผมว่าสมาชิกไม่ได้กลัวเทคโนโลยี เขาแค่ต้องการเจ้าภาพที่จริงจัง
เราจึงผลักดัน AI Hub ให้เป็นระบบครบวงจร มีเครื่องมือที่คัดกรองแล้วว่าใช้ได้จริงกับงานบัญชีไทย มีเส้นทางเรียนรู้ตามระดับตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้นำสำนักงาน มีคลินิกให้ถามเมื่อติด และที่สำคัญที่สุดคือแนวปฏิบัติการใช้ AI กับข้อมูลลูกค้าอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีแต่องค์กรวิชาชีพเท่านั้นทำได้อย่างเป็นกลาง
หลักการของเราชัดเจนครับ อันไหนผลักดันให้ลงทุนเป็นบริการกลางได้ เราผลักดัน อันไหนต้องอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตร เราประสาน และเหนืออื่นใด — AI เป็นผู้ช่วย ดุลยพินิจเป็นของผู้ประกอบวิชาชีพเสมอ AI ไม่ได้มาแทนนักบัญชี แต่นักบัญชีที่ใช้ AI เป็น จะทำงานที่มีคุณค่าได้มากขึ้น"
ถาม: สมาชิกในภูมิภาค ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของวิชาชีพ จะได้อะไรจากทีมนี้
"ความเท่าเทียมที่จับต้องได้ครับ ไม่ใช่คำสวยๆ ในเอกสาร
เรื่องแรก สนามสอบ CPA ต้องครบทุกวิชาในทุกภูมิภาค เพราะต้นทุนจริงของผู้สอบต่างจังหวัดไม่ใช่ค่าธรรมเนียม แต่คือตั๋วเดินทาง ที่พัก และวันลา ความฝันเท่ากัน สนามสอบต้องเท่ากัน เรื่องนี้ใช้โครงสร้างที่มีอยู่ ทำได้ทันที
เรื่องที่สอง ธุระกับสภาฯ ต้องจบบนมือถือ ต่ออายุ ยื่น CPD สมัครอบรม ส่งเรื่องพร้อมเลขติดตาม จบใน 3 นาที ไม่ต้องลางาน
เรื่องที่สาม องค์ความรู้ต้องเข้าถึงได้จากทุกที่ เรื่องนี้เราพัฒนาไว้แล้วครับ วันนี้สมาชิกมี e-Learning ที่เรียนออนไลน์และนับชั่วโมง CPD ได้ใช้งานจริงอยู่ และเราจะพัฒนาต่อให้ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งเส้นทางเรียนรู้ตามระดับตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้นำสำนักงาน และคลังความรู้ของ AI Hub — เป้าหมายคือนักบัญชีที่เชียงราย หาดใหญ่ หรือกรุงเทพ เปิดเรียนได้พร้อมกัน เนื้อหาเดียวกัน โดยไม่ต้องเดินทางแม้แต่ก้าวเดียว ความรู้ต้องไปหาคน ไม่ใช่ให้คนเดินทางไปหาความรู้
และเรื่องที่สี่ การดูแลต้องไปถึงพื้นที่ อบรม คลินิกบัญชีสัญจร และระบบ Mentor กระจายทุกภูมิภาค ผ่านสองขาที่ทำงานร่วมกัน คือระบบดิจิทัลเป็นประตูหลัก และสาขาทั้ง 14 แห่งร่วมกับสมาคมชมรมวิชาชีพในพื้นที่เป็นจุดเชื่อม ไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่ จึงเริ่มได้เร็วและใช้ทรัพยากรคุ้มค่า"
ถาม: ทีมของท่านประกอบด้วยผู้สมัคร 12 ท่าน จุดแข็งของทีมชุดนี้คืออะไร
"ความหลากหลายที่ลงตัวครับ เรามีทั้งผู้บริหารการเงินองค์กรระดับประเทศ เจ้าของสำนักงานบัญชีที่คลุกกับ SME มายี่สิบปี ผู้เชี่ยวชาญด้านสอบบัญชี นักวิชาการ และคนที่ทำงานใกล้ชิดสาขาภูมิภาค — ทุกด้านของวิชาชีพมีตัวแทนที่รู้จริงนั่งอยู่ในทีม และที่ผมภูมิใจที่สุดคือทุกท่านทำงานเป็นทีมเดียวกันจริงๆ ไม่ใช่ 12 คนที่มารวมกันเฉพาะกิจ นโยบายทุกข้อผ่านการถกกันจากมุมของทุกด้าน ก่อนจะออกมาเป็นสิ่งที่เรามั่นใจว่าทำได้จริง"
ถาม: การหาเสียงครั้งนี้เข้มข้น มีทั้งคำถามและเสียงวิจารณ์ ท่านมองอย่างไร
"ผมมองเป็นเรื่องดีครับ การที่สมาชิกตั้งคำถามเยอะ แปลว่าสมาชิกตื่นตัว และนั่นคือสุขภาพที่ดีของวิชาชีพ หน้าที่ของเราคือตอบทุกคำถามด้วยข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเรายึดแนวนี้มาตลอดและจะยึดต่อไป ส่วนความเห็นต่าง ผมเคารพเสมอครับ รวมถึงความเห็นที่ไม่เลือกเรา เพราะทุกเสียงคือเจ้าของวิชาชีพนี้เท่ากัน"
ถาม: ถ้าการเลือกตั้งจบลง ไม่ว่าผลเป็นอย่างไร ท่านอยากเห็นอะไร
"อยากเห็นสองอย่างครับ หนึ่ง — ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิสูงเป็นประวัติการณ์ เพราะครั้งนี้โหวตง่ายที่สุดที่เคยมี ไม่กี่นาทีบนมือถือจากที่ไหนก็ได้ ตัวเลขนี้จะเป็นข้อความถึงสังคมว่าวิชาชีพบัญชีเข้มแข็งและตื่นตัวแค่ไหน
สอง — เช้าวันที่ 16 สิงหาคม ผมอยากเห็นพวกเราทุกคนกลับมาเป็นเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันเหมือนเดิม ยังต้องปิดงบเดือนเดียวกัน เจอมาตรฐานชุดเดียวกัน และช่วยกันพัฒนาวิชาชีพนี้ต่อ การเลือกตั้งเป็นเหตุการณ์ไม่กี่วัน แต่วิชาชีพนี้คือบ้านของพวกเราทั้งชีวิตครับ"
ถาม: ประโยคสุดท้ายถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่าน
"นโยบายที่ดี ใครก็พูดได้ว่าจะทำ แต่คนที่เริ่มไปแล้ว ไม่ต้องรอสัญญา — แค่ทำต่อ
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ ขอเชิญทุกท่านมาใช้สิทธิครับ เช็กสิทธิล่วงหน้าได้ที่ e-voting.tfac.or.th/check แล้วมากำหนดอนาคตวิชาชีพของเราด้วยกัน — กดเลือก เบอร์ 1 ทั้งคณะ ให้เราได้ทำต่อ ไปให้ไกล ไปด้วยกันครับ"
สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีลงคะแนนได้ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–16.00 น. ผ่านระบบ e-Voting