พรรคและ “วิโรจน์” มีความเห็นร่วมกันว่า การคุกคามทางเพศเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่อาจยอมรับได้ และเป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกประชาชน จากเหตุการณ์นี้ “วิโรจน์” ได้ติดต่อไปยังคุณ A เพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจ และขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ และรู้สึกว่าถูกคุกคาม พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ และไม่ยอมรับการกระทำแบบนี้เด็ดขาด และยินดีจะให้ประชาชนทุกท่านตรวจสอบการกระทำของตน ในฐานะผู้เสนอตัวเข้าทำงานการเมือง
ขณะที่บัญชีทวิเตอร์ ผู้กล่าวหา เขียนทวิตตอบโต้ว่า 1.พรรคไม่ได้แจ้งว่าคุณ A ไม่ได้สนใจคุยกับคุณวิโรจน์เลยแม้แต่น้อย เพราะไม่รู้จักกัน แต่คุณวิโรจน์หันมาทาง A ตลอด นาทีที่ 0.35 คือชัดเจนจน A ขยับหนี 2.ถ้าสังเกตตอนท้ายคลิป คุณ A ไม่ร่ำลาคุณวิโรจน์เหมือนเพื่อนคนอื่น เพราะไม่รู้สึกสะดวกใจอีกต่อไป 3.ถ้าไม่จี้ก็จะไม่มีการตรวจสอบจ้า
ก่อนจะมีการเขียรรายละเอียดไทม์ไลน์ว่า 1.โพสต์เหตุการณ์เมื่อคืน โดนคนจากก้าวไกลโจมตีทันทีว่าเป็นนางแบก แต่พอส่งเรื่องเข้าพรรค มีการลบเนื้อหาโจมตีทิ้ง 2.ทางพรรคหายไป คาดว่าไปคุยกันอยู่ ตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง คนของพรรคโทรมาบอกว่าเปิด CCTV แล้วและยื่นข้อเสนอให้ยอมรับว่าเข้าใจผิดไปเอง ทางนี้ปฏิเสธไป
3.คุณวิโรจน์จะขอโทษถ้าทำให้ลำบากใจ ทางนี้โอเค ไม่ได้ติดอะไร แต่ว่าไม่ยอมรับข้อเสนอจากทางพรรคที่ว่าให้ยอมรับว่าเข้าใจผิดเอง และไม่มีการเจรจาอะไรต่อ 4.คุณวิโรจน์คุยกับผู้กล่าวหาตอน 15.18 ต่างฝ่ายต่างยืนยันเส้นเรื่องของตัวเอง คุณวิโรจน์บอกว่าไม่ได้ทำ แต่ก็ขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี
5.พรรคเอา CCTV มาลงพร้อม wordings ว่าผู้กล่าวหายอมให้สังคมตรวจสอบผ่านคลิป ซึ่งไม่ได้มีการตกลงกันตามนั้น ไม่มีการให้ความยินยอมต่อ wordings นี้ 6.ส่วนที่มีปัญหาไม่ใช่ CCTV แต่เป็นการเอาคำพูดมายัดปากคนอื่น และเส้นเรื่องเดิมก็ยังยืนยันตามนั้นทั้งสองฝ่าย ฝ่ายผู้กล่าวหายืนยันว่าเกิดเหตุการณ์จริง ฝ่ายคุณวิโรจน์ยืนยันว่าไม่ได้ทำ
อย่างไรก็ตาม จนมาถึงตอนนี้ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจนว่า ดราม่า “จ้องหน้าอก” ครั้งนี้ จะจบที่ไหน เมื่อทาง “วิโรจน์” พยายามติดต่อขอโทษทางผู้เสียหาย แต่อีกมุมหนึ่งก็มีสมาชิกโซเชียลเข้าไปรุมโจมตีผู้นำเรื่องราวมาเผยแพร่ และไล่ขุดเรื่องบางอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จนกลายเป็นไฟลามทุ่งไปแล้ว