กกต.ย้ำคดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ลั่นอิสระไร้แทรกแซง
27 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กกต. แถลงคดีฮั้ว สว. ต้องจบสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ย้ำชัดพิจารณาสำนวนตามพยานหลักฐานด้วยความโปร่งใส ปัดเป็นพนักงานสอบสวน ยันไร้แทรกแซง ใช้ดุลพินิจอิสระ
ข่าว
27 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กกต. แถลงคดีฮั้ว สว. ต้องจบสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ย้ำชัดพิจารณาสำนวนตามพยานหลักฐานด้วยความโปร่งใส ปัดเป็นพนักงานสอบสวน ยันไร้แทรกแซง ใช้ดุลพินิจอิสระ
KEY
POINTS
27 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แถลงชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวน คดีฮั้ว สว. ยันกรอบเวลาต้องเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 นี้ โดยเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการ เลือก สว. ครอบคลุมทุกประเด็นอย่างรอบคอบรอบด้าน ก่อนเตรียมนัดประชุมเพื่อลงมติตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป พร้อมย้ำชัดใช้อำนาจวินิจฉัยอย่างเป็นกลางตาม พยานหลักฐาน ปัดเป็นพนักงานไต่สวน และยืนยันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอิสระ ปราศจากแรงกดดันหรือการแทรกแซง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าว กกต. ยืนยันใช้อำนาจโดยอิสระ ปราศจากการแทรกแซงในการพิจารณาคดี สว. ตามกฎหมายและพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบและโปร่งใส
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเรียนชี้แจงต่อประชาชนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อครอบคลุมข้อเท็จจริงทุกประเด็นให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจะมีการนัดประชุมเพื่อลงมติต่อไป
กกต. ขอเน้นย้ำว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมิใช่พนักงานไต่สวน แต่มีหน้าที่พิจารณาสำนวนจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ตามกฎหมาย โดยใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ รอบคอบ และเป็นกลาง เพื่อให้การวินิจฉัยอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเท่านั้น
ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นไปโดยอิสระ ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดสามารถชี้นำ แทรกแซง หรือกดดันการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีได้
การพิจารณาทุกขั้นตอนยึดมั่นในหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบตามกฎหมาย
สำนักงาน กกต. ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณา ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความเป็นกลาง และการพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
โดยจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ผลการวินิจฉัยเป็นที่ยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง และการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ