รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา ที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นพร้อมกัน 3 ประการ คือ เกิดพระธรรมคำสอนขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก เกิดพระอริยสงฆ์สาวกองค์แรก และเป็นวันแรกที่มีพระรัตนตรัยครบองค์ 3 (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) ขณะที่ วันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระภิกษุเริ่มการอธิษฐานอยู่ประจำในวัด หรือที่ใดที่หนึ่ง หรือจำพรรษา ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น
ทั้งนี้ ในช่วงวันเทศกาลงานบุญใหญ่ทั้งสองวันนี้ พุทธศาสนิกชน นิยมร่วมใจกันบำเพ็ญบุญกุศล ด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน เข้าวัดปฏิบัติธรรมรักษาศีล และฟังพระธรรมเทศนา พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานงดเว้นการทำบาป ลด ละ เลิกอบายมุขทั้งปวง เพื่อสร้างสมบุญบารมีและเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัด โครงการ “สร้างบุญใหญ่ ด้วยการให้โลหิต วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา เป็นมหากุศล” ระหว่างวันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเชิญชวนชาวพุทธร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนา ทำความดีด้วยการให้โลหิต เป็นบุญกุศลแก่ผู้ให้ และเป็นทานอุปบารมี เพราะเป็นการสละโลหิตในร่างกายของตนเอง ด้วยความตั้งใจอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วย โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน