เนชั่นทีวี

Business

ศุภจี นำทีมไทยแลนด์ กางแผนสู้ศึกภาษีสหรัฐฯ ปกป้องส่งออกไทย

27 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ศุภจี นำทีมไทยแลนด์ กางแผนสู้ศึกภาษีสหรัฐฯ ปกป้องส่งออกไทย

กระทรวงพาณิชย์กางแผนเชิงรุกผ่านทีมไทยแลนด์ สู้ศึกกำแพงภาษีสหรัฐฯ การนำ 12.5% เร่งดันกฎหมายแรงงาน-ปิดดีล ART หวังลดภาษีเหลือ 10% รักษาขีดความสามารถส่งออกไทย

กระทรวงพาณิชย์กางแผนเชิงรุกผ่านทีมไทยแลนด์ สู้ศึกกำแพงภาษีสหรัฐฯ การนำ 12.5% เร่งดันกฎหมายแรงงาน-ปิดดีล ART หวังลดภาษีเหลือ 10% รักษาขีดความสามารถส่งออกไทย

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% อ้างปมแรงงานภาคบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกิน ขณะที่คู่แข่งอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียเสียเพียง 10%
     
  • ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต สหรัฐฯ ไฟเขียวยกเว้นภาษีสินค้าไทยรวม 2,120 รายการ เพิ่มขึ้นจากเดิม 471 รายการ ครอบคลุมมูลค่ากว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออก เช่น ยางพารา และชิ้นส่วน HDD
     
  • ยุทธศาสตร์ 4 ขั้นตอนของทีมไทยแลนด์ ตั้งเป้าลดภาษีเหลือ 10% โดยเร่งดันกฎหมายแรงงาน HRDD, ปิดดีลข้อตกลง ART, หนุนลงทุนในสหรัฐฯ และเพิ่มการนำเข้าเพื่อลดการเกินดุล

27 กรกฎาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินหน้ากางโรดแมปเชิงรุก กู้ชีพ ส่งออกไทย หลังเจอมรสุมวิกฤตกำแพง ภาษีสหรัฐ ที่พุ่งสูงถึง 12.5% จากข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานภาคบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง โดยสั่งระดมสรรพกำลังผ่านกลไก ทีมไทยแลนด์ เร่งแก้เกมยุทธศาสตร์ 4 ขั้นตอน ทั้งผลักดันกฎหมายและปิดดีลข้อตกลงการค้า เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศ

 

จากสถานการณ์วิกฤตกำแพง ภาษีสหรัฐ ที่ไทยกำลังเผชิญ กระทรวงพาณิชย์ ที่นำโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กางโรดแมป เพื่อรับมือกับมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย พร้อมเปิดเผยเบื้องลึกกระบวนการเจรจาผ่านกลไก "Team Thailand" เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดพยากรณ์สำคัญอย่างสหรัฐฯ 



 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

ย้อนรอยวิกฤตภาษี: จาก 36% สู่จุดเปลี่ยนปัจจุบัน
 

สำหรับไทม์ไลน์การปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย พบว่ามีความพยายามขยับเพดานภาษีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2568 สหรัฐฯ เคยประกาศจะเก็บภาษีสูงถึง 36% โดยใช้กฎหมาย IEEPA ก่อนจะมีการปรับลดและผันผวนตามสถานการณ์


จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการตามมาตรา 301 ในกรณีที่ไทยไม่มีข้อกำหนด และบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้า ที่ผลิตโดยใช้แรงงานภาคบังคับ ส่งผลให้อัตราภาษีทั่วไปอยู่ที่ 12.5%

 

ในขณะที่ประเทศคู่แข่งที่ยอมรับเงื่อนไข Agreements on Reciprocal Trade (ART) อย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย เสียภาษีเพียง 10% เท่านั้น, 

 

 

อินโฟกราฟิกแผนสู้ภาษีสหรัฐของกระทรวงพาณิชย์


อินโฟกราฟิกแผนสู้ภาษีสหรัฐของกระทรวงพาณิชย์

เจาะลึก 2 ข้อกล่าวหาที่เป็นหัวใจสำคัญ



ข้อมูลจาก "Team Thailand" ระบุชัดเจนว่า ขณะนี้ไทยกำลังเผชิญหน้ากับ 2 ประเด็นหลักที่สหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างในการตั้งกำแพงภาษี:
 

  1. ประเด็นแรงงานภาคบังคับ: สหรัฐฯ ระบุว่าไทยไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานภาคบังคับ ทำให้ถูกเก็บภาษีที่ 12.5% อย่างไรก็ตาม ทีมไทยแลนด์ได้แจ้งสหรัฐฯ แล้วว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนร่างกฎหมายดังกล่าว (Human Rights Due Diligence - HRDD) และมีแผนเสนอต่อรัฐสภาในปีหน้า
     
  2. ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง: สหรัฐฯ อ้างว่าไทยใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรเนื่องจากการอุดหนุนจากภาครัฐ แต่ "Team Thailand" ได้โต้แย้งด้วยข้อมูลจริงว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตของ 3 อุตสาหกรรมหลักของไทยอยู่ที่ 75-95% และรัฐบาลไม่มีการอุดหนุนการลงทุนในลักษณะที่สหรัฐฯ กล่าวหา

 

 

อินโฟกราฟิกแผนสู้ภาษีสหรัฐของกระทรวงพาณิชย์  

ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต: สินค้ากว่า 2,120 รายการได้รับยกเว้น แม้จะมีความตึงเครียดด้านภาษี แต่ประเทศไทยยังคงมีแต้มต่อในบางจุด โดยล่าสุดได้รับข่าวดีว่าสหรัฐฯ ได้ยกเว้นการเก็บภาษีสินค้าไทยจำนวน 2,120 รายการ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 471 รายการ ครอบคลุมมูลค่ากว่าครึ่งหนึ่งของที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ

 

สินค้าที่ได้รับยกเว้นรวมถึงกลุ่มสำคัญ อาทิ:

 

  • เกษตรและอาหาร: ยางธรรมชาติ, แป้งมันสำปะหลัง, น้ำตาล และวัตถุดิบอาหารสัตว์
  • อิเล็กทรอนิกส์: แผงวงจร, หน่วยเก็บข้อมูล (HDD) และอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์
  • อุตสาหกรรมและวัตถุดิบ: ปุ๋ย, เหล็กหล่อ และผลิตภัณฑ์ไม้
  • อากาศยานและเวชภัณฑ์: ชิ้นส่วนอากาศยาน และยา 

 

อินโฟกราฟิกแผนสู้ภาษีสหรัฐของกระทรวงพาณิชย์

 

เปิดแผน 4 ขั้นตอน “ทีมไทยแลนด์” รุกฆาตศึกการค้า

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในฐานะแม่ทัพพาณิชย์ ได้วางยุทธศาสตร์เชิงรุก 4 ด้าน เพื่อดึงอัตราภาษีจาก 12.5% ลงมาให้เหลือ 10% เท่ากับประเทศคู่แข่ง:
 

  1. เร่งกฎหมาย HRDD: ผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานภาคบังคับเพื่อขอรับส่วนลดภาษี
     
  2. ปิดดีล ART: เร่งสรุปข้อตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
     
  3. หนุนลงทุนในสหรัฐฯ: ส่งเสริมบริษัทไทยไปลงทุนในอเมริกาเพื่อสร้างงานและสร้างความร่วมมือระยะยาว
     
  4. ปรับสมดุลการค้า: เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ภายใต้ประกาศแถลงการณ์ร่วม เพื่อลดการเกินดุลการค้าของไทยต่อสหรัฐฯ

 

 

อินโฟกราฟิกแผนสู้ภาษีสหรัฐของกระทรวงพาณิชย์  

ข่าวล่าสุด