นอกจากนี้นายวิโรจน์ ยังมองว่า เรื่องนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ว่าฯ กทม. รัฐบาล และประชาชน โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ เพราะเงินที่ใช้ในการก่อสร้างมาจากภาษีประชาชน แต่คนกรุงเทพฯอาจได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะเป็นผู้ใช้งาน พร้อมยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า หากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ไม่ควรต่อสัญญา ผู้ว่าฯกทม. ก็ห้ามเซ็น และที่สำคัญคือ ต้องการเห็นตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม ยกเว้นการเก็บค่าโดยสารซ้ำซ้อน
ทั้งนี้ หากรัฐบาลพยายามดันเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้มีการต่อสัญญาสัมปทาน ตนมองว่ารัฐบาลจะดันได้อย่างไร ในเมื่อประชาชนยังไม่รู้รายละเอียด เป็นไปไม่ได้ที่จะตีเช็คเปล่า ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันเรียกร้อง
ส่วนกรณีมีรายงานสัปดาห์หน้า ครม. จะมีการรายงานรับทราบกำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นั้น ตนคาดว่าสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะสรุปรวบรวมนโยบายได้ทั้งหมด แล้วจัดทำออกมาเป็นเล่ม แต่สิ่งที่ยังกังวลคือ เรื่องสัมปทานรถไฟฟ้าจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ดังนั้นจึงไม่ต้องรอให้ใครมาเป็นผู้ว่าฯกทม. ขอดำเนินการในฐานะประชาชน พร้อมตั้งคำถามกลับว่าประชาชนมีสิทธิ์รู้รายละเอียดสัญญาหรือไม่