ยูเครนเรียกร้องให้สหรัฐฯ จัดส่งเครื่องบินขับไล่ และระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย และขอให้ชาติพันธมิตรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย รวมทั้งตำหนินาโตไม่ยอมประกาศเขตห้ามบิน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พบกับ ดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนที่บริเวณจุดผ่านแดนในฝั่งโปแลนด์เมื่อวันเสาร์เพื่อให้กำลังใจชาวยูเครน และคูเลบาขอให้สหรัฐฯ จัดส่งอาวุธ โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ และระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อปกป้องน่านฟ้า โดยบอกว่า หากสูญเสียน่านฟ้า จะเกิดการนองเลือดในภาคพื้นดินมากขึ้น

 

แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และ ดมิโทร คูเลบา รมว.ต่างประเทศยูเครน ที่จุดผ่านแดนฝั่งโปแลนด์

 

ขณะเดียวกันคูเลบายังวิจารณ์องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่ตัดสินใจจะไม่บังคับใช้เขตห้ามบินเหนือน่านฟ้ายูเครนตามที่รัฐบาลร้องขอ โดยบอกว่า เป็นสัญญาณของความอ่อนแอ และประชาชนชาวยูเครนต้องชดใช้สำหรับความลังเลของนาโต นอกจากนี้เขาเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเดินหน้าใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อเพิ่มแรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อรัสเซียต่อไป และจัดสรรอาวุธจำป็นให้ ก็จะทำให้การสูญเสียเลือดเนื้อประชาชนลดน้อยลง 

 

รัฐมนตรียูเครนยังแสดงความมั่นใจด้วยว่า "ยูเครนจะชนะสงคราม เพราะนี่คือสงครามของประชาชนเพื่อดินแดนของพวกเขา"

 

รถถังยูเครนจอดใกล้กับรถถังรัสเซียที่มีสัญลักษณ์เป็นอักษร Z ที่ถูกยึดได้ทางตอนเหนือของภูมิภาคคาร์คีฟ

 

 

ชาวยูเครนเดินข้ามสะพานที่ถูกถล่มเสียหายขณะอพยพออกจากเมืองเออร์ปินในภูมิภาคเคียฟ

 

 

ชายชาวยูเครนทยอยสมัครเข้าร่วมกองทัพตามประกาศเกณฑ์ทหารทั่วประเทศ ที่ห้ามชายอายุ 18-60 ปีออกนอกประเทศและเข้าประจำการเพื่อต่อสู้กับทหารรัสเซีย และหลายคนเข้าร่วมตามความสมัครใจ  

 

นอกจากนี้พลเรือนและทหารยูเครนในกรุงเคียฟก็เตรียมพร้อมอาวุธ และสร้างเครื่องกีดขวางปิดกั้่นถนนเพื่อชะลอการเคลื่อนทัพของรถถังและทหารรัสเซีย ที่ยังคงหยุดชะงักอยู่แถบนอกเมือง

 

ทหารยูเครนเฝ้าด่านตรวจที่มีการตั้งเครื่องกีดขวางในบริเวณจตุรัสอิสรภาพในกรุงเคียฟ


 

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวเมื่อวันเสาร์ปลุกระดมให้ชาวยูเครนลุกขึ้นต่อต้านกองทัพรัสเซีย โดยบอกว่า "ชาวยูเครนในทุกเมืองที่ศัตรูรุกราน จงต่อสู้ ออกไปตามถนน เราต้องสู้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส" นอกจากนี้เขากล่าวชื่นชมศรัทธาอันแรงกล้าของชาวยูเครนในการปกป้องแผ่นดินและการชุมนุมต่อต้านรัสเซีย

 

ขณะเดียวกันคณะผู้แทนยูเครนและรัสเซียเตรียมจัดการเจรจารอบที่ 3 ในวันจันทร์นี้เพื่อหารือประเด็นข้อตกลงหยุดยิง แม้การประกาศหยุดยิงในเมืองมาริอูโปลและเมืองโวลโนวาคาเพื่อเปิดเส้นทางปลอดภัยสำหรับอพยพประชาชนไม่เป็นผลทำให้แผนอพยพหยุดชะงัก และผู้แทนยูเครน ตั้งข้อสังเกตว่า รัสเซียเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่แท้จริงจากสงคราม และต้องการการเจรจา หลังจากเผชิญการต่อต้านอย่างหนักจากชาวยูเครนอย่างที่ไม่คาดคิดบวกกับมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ