ปฏิทินการเมือง เมื่อเข้าเดือนพฤษภาคม ไทม์ไลน์การเมืองน่าจะร้อนสุด ทั้งการเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา การเปิดสมัยประชุมรัฐสภา การยกร่างในชั้นกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญสองฉบับ รวมไปถึง การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ การพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณปี 66 และการเตรียมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
สภาพการณ์เป็นแบบนี้แล้ว "ต้องเหยียบคันเร่งให้มิดไมล์" หากปล่อยให้ "ลุงตู่" สอบผ่านแม้จะฉิวเฉียด และกลับมายืนระยะไปได้กับห้วงร้อนของการเมือง ก็อาจทำให้เกมพลิก กลับมาที่"ลุงตู่"ฟื้นตัวและโต้กลับได้
หากเป็นแบบนั้น น่าจะไม่ใช่ "ผลบวก" กับพรรคที่คนแดนไกลและอดีตนายกฯหญิงปั่นกระแสในตอนนี้(อย่าลืมญัตติล่าสุดที่เพื่อไทยยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญคือนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก "ส.ส." เท่านั้น
ฉะนั้นหากเกมนี้ปั่นกระแสให้กลับมาแจ้งเกิดและบังคับใช้ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ได้ โดยที่ส.ว.ฝืนแรงไม่ได้ จะเป็นการปิดประตู "ลุงตู่"เป็นการเฉพาะและถาวร
ตอนนี้สองพี่น้องตระกูลชินวัตรต้องปิดทางเดินของพรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรค (พรรคก้าวไกล)เพราะคือคู่แข่งโดยตรงที่ไม่ได้ต่อสายตรงแบบเจรจาความเมืองได้ง่ายๆดั่งเช่นการดีลกับบางมุ้งบางพรรคเสียเมื่อใด (ลือลั่นยามนี้ในแวดวงการเมืองว่าคนแดนไกลดีลพรรครัฐบาลบางพรรค บางมุ้งในขั้วพรรครัฐบาล พรรคน้องใหม่ไว้ได้บ้างแล้ว)
ดังนั้น เกมใหม่ที่สองพี่น้องตระกูลชินวัตรที่เคยนั่งเป็นประมุขฝ่ายบริหารมาแล้ว ต้องลงมาลุยปั่นกระแสมิให้แฟนคลับปันใจเพราะการวิพากษ์การทำงานของครม.ชุดนี้ ขุดผลงานวันวานมาขาย แบบว่าไม่กล่าวถึงความผิดพลาดในยุครัฐบาลพี่ชายน้องสาวแม้แต่เรื่องเดียว คือภาวะที่สองพี่น้องตระกูลชินวัตรต้องเร่งมือ
ไม่นับการแบ่งเค้กโควตาคนในพรรคเพื่อไทยว่าคนของใครควรลงสมัครส.ส.ระบบใด เพราะโควต้าชินวัตรนั้นแบ่งแยกได้หลายมุ้ง
อย่าได้แปลกใจ กับการคัมแบ็กหน้าสื่อของอดีตนายกฯหญิงคนนี้ ถึงอย่างไร อดีตนายกฯปูต้องออกมาปะทะกับ"ลุงตู่" อีกหลายยก
จากการเปิดเกมของพี่ชาย ตามด้วยแผนสลับหน้าช่วยปั่นกระแส
ต่อไปก็จะมาในลักษณะเล่นเกมแบบ"คู่ผสม" ถล่ม" ลุงตู่" เพียงเพื่อดึงความนิยมไม่ให้ตีจาก หวังเป็นตามเป้าหมาย เพื่อไทยแลนด์สไลด์ให้จงได้