เมื่อถามว่า เมื่อปี 2011 เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ตอนนั้นหนักใจหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ยากอยู่แล้ว เพราะตอนนั้นมาบริหารบ้านเมืองในยามที่เกิดความขัดแย้ง ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยก็เยอะเราต้องมาสานต่อ เรื่องหนี้สินของพี่น้องประชาชน ความยากของปัญหาเศรษฐกิจ และจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน
และการเป็นผู้หญิงยิ่งลำบากขึ้น เพราะความคาดหวังมีเยอะ และเมื่อเป็นผู้หญิงเขาไม่ได้มองว่าเราจะอาศัยความรู้ความสามารถประสบการณ์ความตั้งใจจริงมาทำงาน แต่จะมองในเรื่องเพศหญิง อาจจะทำไม่ได้ อ่อนแอซึ่งเราต้องอดทนและทำงานหนักเป็นสองเท่า เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำได้ เราอดทน ความเป็นผู้หญิงไม่ได้ทำให้งานลดน้อยถอยลงไป
โดยเฉพาะการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมถือว่าท้าทายมาก เพราะต้องทำงานกับเหล่าทัพ ซึ่งยอมรับว่าหนักใจ ศาลทหารจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ฉะนั้นการสั่งงานและการสั่งงานจะต้องใช้ข้อกฎหมายในการสั่งงาน เพราะถ้าไปสั่งตรงตรงเขาคงไม่ทำ เพราะเขามองว่าเราไม่มีอำนาจ และทำบางส่วนที่เกินกว่าอำนาจไม่ได้ และเขาต้องทำในหน้าที่ของเขา เราต้องใช้กฎหมาย เช่น การสั่งเหล่าทัพต้องนั่งในส่วนของสภากลาโหม หรือวางนโยบาย ถ้าอยู่ ๆ โทรไปบอกอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ทำไม่ได้ เขาไม่ปฏิบัติตาม
เมื่อถามว่าถ้าเจอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะคุยได้หรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถามกลับว่า “ต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าหากเจอหน้ายิ่งลักษณ์ ยังคุยกันได้หรือเปล่า?”
เมื่อต่อก็ถามว่าหากพูดถึงชื่อ ยิ่งลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะอารมณ์เสียก็ได้ ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า “นั่นสิ เราก็เปลี่ยนเรื่องก็ได้นะ หรือแฟนขับอาจจะไม่ถูกใจบอกอยากคุยต่อ”