ด้านนายอนันต์ศักดิ์ แย้มชื่น ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง นายรังสรรค์ วันชัย หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมชี้แจงและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
โครงการก่อสร้างแก้มลิง ตามโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน กุดอ้อ กุดโดน และหนองเบ็น พร้อมอาคารประกอบ หรือประตูระบายน้ำ ใช้งบประมาณก่อสร้างรวมกว่า 100 ล้านบาท และ การขุดลอกลำห้วยจุดนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ โครงการฯเริ่มก่อสร้างไปได้ประมาณ 10% มีกำหนดการแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน 2565 มีการก่อสร้างที่ไม่ตรงตามแบบรูปรายการในบางส่วนที่ลงตรวจสอบ และพื้นที่บางส่วนของโครงการมีข้อพิพาท
ในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ของประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ โครงการฯรับทราบและจะดำเนินการให้เป็นไปตามแบบรูปรายการและสัญญา ในส่วนที่มีปัญหาข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ งานก่อสร้างกับพื้นที่ ของประชาชน โครงการฯจะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้มีข้อยุติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป
ทั้งนี้ นายอนันต์ศักดิ์ แย้มชื่น ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง ยืนยันว่า " โครงการนี้จะเกิดผลประโยชน์ในระยะยาว สามารถบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนมีน้ำเพื่อทำการเกษตรกรได้ตลอดหน้าแล้ง และช่วยบรรเทาภัยน้ำท่วมอีกด้วย ส่วนถนนที่มีความกว้างจะบดอัดดินลูกรัง สามารถใช้สัญจรและขนผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรได้ในอนาคต"
โครงการดีๆเป็นประโยชน์แต่บางครั้งน้ำผึ้งหยดเดียวทำเอาวุ่นวายกันทั้งจังหวัด "ขุนเกษตร" แอบได้ยินได้ฟังมาว่า นายช่างบางคนโต้เถียงกับชาวบ้านเรื่องราวเลยบานปลายไปกันใหญ่ ชาวบ้านเองก็รับรู้โครงการมีประโยชน์ แต่กังวลเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เมื่อเกิด วิวาทะ เลยนำไปสู่การร้องเรียน นั่นเพราะชาวบ้านต้องรักษาสิทธิของเขา การถมดินเลยเข้าไปในที่นาใครบ้างไม่กลัว ใครบ้างไม่กังวลการโต้เถียงเพื่อเอาชนะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร การอธิบายหรือสื่อสารมีความสำคัญ
"ขุนเกษตร" ขอให้เป็นบทเรียน ยุคนี้มันยุคโซเชียลครับ ดีนะคลิปที่ชาวบ้านมี ไม่หลุดออกมา จะวุ่นวายไปมากกว่านี้…