เหตุจลาจลนองเลือดเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากผู้ประท้วงบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดีและสำนักงานนายกเทศมนตรีในเมืองอัลมาตีและจุดไฟเผาเมื่อวันพุธ และผู้ประท้วงสามารถยึดสนามบินในเมืองอัลมาตีไว้ได้ช่วงหนึ่ง ทำให้เที่ยวบินจำนวนหนึ่งถูกยกเลิก แต่ต่อมาทหารเข้าควบคุมไว้ได้แล้ว
คลิปวิดีโอที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นทหารออกลาดตระเวนบนท้องถนนและยิงปืนสลายการประท้วง และมีกลุ่มคนปล้นสะดมทั่วเมือง นอกจากนี้ยังปรากฏภาพรถยนต์หลายคันถูกเผาเสียหาย
ชนวนเหตุของการประท้วงมาจากรัฐบาลยกเลิกการตรึงราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือ ก๊าซแอลพีจี ที่ผู้ขับขี่รถยนต์นิยมใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ปีนี้ ทำให้ราคาปรับขึ้นเป็นเท่าตัวทันทีในวันรุ่งขึ้น จุดชนวนให้เกิดการประท้วงในจังหวัดมังกีย์สตาอู ก่อนลุกลามไปหลายเมือง โดยเฉพาะในเมืองอัลมาตี นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่อดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตได้รับเอกราชในปี 2534 และนำไปสู่การขับไล่รัฐบาล ซึ่งใน ที่สุดรัฐบาลทั้งคณะลาออกแล้วเมื่อวันพุธ
ประธานาธิบดีกัสซิม-โยมาร์ต โตกาเยฟ เรียกร้องเมื่อคืนวันพุธขอความช่วยเหลือจากองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (CSTO) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และสั่งให้รัฐบาลคุ้มครองสถานทูตและธุรกิจของต่างชาติ
ล่าสุด CSTO ที่ประกอบด้วยอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียต 6 ชาติ ได้แก่ รัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และทาจิกิสถาน มีมติวันนี้ให้ส่งกองกำลัง เข้าไปช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในคาซัคสถาน แต่ไม่ได้ระบุจำนวนทหาร