รมว.คลัง ปลื้ม! ผลโพล "บัตรสวัสดิการฯ" หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง
26 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“ขุนคลัง” ปลื้ม! ผลโพลชี้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ" หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง-ชื่นชมรัฐบาลหลังได้สิทธิ์-กลุ่มพลาดสิทธิ์เกินครึ่งไม่โกรธเข้าใจเงื่อนไขคัดกรอง
ข่าว
26 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

“ขุนคลัง” ปลื้ม! ผลโพลชี้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ" หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง-ชื่นชมรัฐบาลหลังได้สิทธิ์-กลุ่มพลาดสิทธิ์เกินครึ่งไม่โกรธเข้าใจเงื่อนไขคัดกรอง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลเรื่อง “คนจนมีสิทธิไหมครับ” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนทั่วประเทศ โดยระบุว่า ยินดีที่ประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะในมิติของการสร้างความเชื่อมั่นและเสียงสนับสนุนให้กับรัฐบาล
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 23.62 ของกลุ่มตัวอย่างยอมรับว่าโครงการนี้มีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจทางการเมือง โดย ร้อยละ 32.49 ระบุว่าการได้รับสิทธิมีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกร้อยละ 19.00 ระบุว่าให้การสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะได้รับสิทธิหรือไม่ก็ตาม
ในส่วนของกระบวนการคัดกรอง นายเอกนิติ ชี้ให้เห็นว่า ผลสำรวจแสดงถึงความเข้าใจของประชาชนต่อเกณฑ์การตัดสิน แม้ว่าจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ที่ลงทะเบียนในปี 2569 จะมีผู้ที่ลงทะเบียนแต่ไม่ได้รับสิทธิสูงถึงร้อยละ 51.73 แต่ผลสำรวจกลับสะท้อนว่าประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 43.26 ไม่มีความรู้สึกโกรธเลยที่ไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากมีความเข้าใจในเงื่อนไขและคุณสมบัติของตนเอง โดยร้อยละ 50.66 ของผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนยอมรับว่าคิดว่าตนเองไม่มีสิทธิได้รับตั้งแต่ต้นจึงไม่ได้ลงทะเบียนในโครงการนี้
สำหรับสถิติที่น่าสนใจจากผลสำรวจของนิด้าโพลจากกลุ่มตัวอย่างมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
1.ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ร้อยละ 23.62
2.ผู้ที่ลงทะเบียนแต่ไม่ได้รับสิทธิร้อยละ 51.73 และผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมลงทะเบียน ร้อยละ 24.65
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากโพลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่านโยบายสวัสดิการแห่งรัฐยังคงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมและตรงจุดมากยิ่งขึ้นต่อไป