แต่เหลียวดูผลเลือกตั้งเมื่อปี 62 พรรคประชาธิปัตย์ทำได้เพียงอันดับสี่ อยู่ที่ 16,255 คะแนน จึงเป็นการบ้านและคำถามตัวโตๆ ว่ารอบนี้จะยอมถอยฉาก เปิดทางพรรคอื่นสู้กันไปก่อน เพื่อสะสมพลัง สร้างความพร้อม รอสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ทีเดียวเลยหรือไม่ เพราะอายุรัฐบาลก็เหลืออยู่ราวๆ 15 เดือนเท่านั้น
ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร ย่อมส่งผลต่อศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ด้วย เพราะประชาธิปัตย์ ส่ง ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลงชนกับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่กระแสยังไม่ดีเท่าที่ควร หลังเจอ "โอษฐภัย" หรือ "ภัยจากการพูด ภัยจากปาก" กรณีพูดถึงทายาทไอน์สไตน์ที่โลกออนไลน์ตามขยี้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
นี่คือสถานการณ์จริงที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเผชิญ และเป็นโจทย์ยากว่าจะก้าวข้ามไปได้ เพื่อฟื้นศรัทธาพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือไม่ หรือจะปิดฉากเหมือนฉายาของหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ที่ว่า "นายกฯบางโพลล์"