ชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพ เขต 9 "หลักสี่-จตุจักร" ซึ่งจะเปิดให้มีการหย่อนบัตรลงคะแนนในวันที่ 30 ม.ค. หลังพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้งซ่อมผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

การเลือกตั้งซ่อมพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร ถือเป็นอีกหนึ่งสนามทางการเมืองให้ต้องติดตาม โดยเฉพาะการวัดความนิยม หรือ "เช็คเรทติ้ง" ของแต่ละพรรคการเมือง ก่อนเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ล่าสุดพรรคการเมืองหลักๆ ได้ประกาศเปิดตัวผู้สมัครลงสู้ศึกครบหมดแล้ว ไล่เรียงตั้งแต่พลังประชารัฐ ก้าวไกล ไทยภักดี พรรคกล้า ยังเหลือเพียงเพื่อไทยที่จะสรุปวันนี้ และประชาธิปัตย์ที่ยังรอกระบวนการตามสไตล์ของพรรคเก่าแก่

 

เมื่อส่องตัวผู้สมัคร เริ่มจากเพื่อไทย เตรียมส่งลูกชาย คุณเสนาะ เทียนทอง นักการเมืองรุ่นลายคราม อดีตนักปั้นนายกฯ คือ คุณสุรชาติ เทียนทอง เพื่อทวงเก้าอี้ เพราะในการเลือกต้งปี 62 แพ้คุณสิระ เจนจาคะ ไปแบบค้านสายตากองเชียร์ แค่ไม่ถึง 3,000 คะแนน แถมกระบวนการนับคะแนนยังมีปัญหา

 

ขณะที่พรรคก้าวไกลส่ง คุณเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ ดารานักแสดงลงสู้ศึก โดยผลการเลือกตั้งเมื่อปี 62 พรรคก้าวไกล หรืออนาคตใหม่ในเวลานั้น มีคะแนนมาเป็นอันดับสาม

ถัดมาค่ายน้องใหม่แต่ไม่ใหม่ทางการเมืองอย่าง "พรรคกล้า" เพิ่งเปิดตัวส่ง คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. 2 สมัยในเขตนี้เมื่อครั้งอยู่ค่ายประชาธิปัตย์ อาสาลงสู้ศึก โดยพกความมั่นใจมาเต็มร้อย พร้อมประกาศ "กล้า...ไม่กลัวแพ้" ส่วนพรรคไทยภักดีของหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ส่งนักธุรกิจรุ่นใหม่ คือ คุณพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ ลงชิมลางการเมือง

 

ส่วนพลังประชารัฐเจ้าของพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร เพิ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ส่ง คุณสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของคุณสิระ ลงรักษาพื้นที่เขต 9 หลักสี่แทนสามี

 

เมื่อเห็นจากรายชื่อผู้ท้าชิงที่เปิดหน้าทั้งหมด คำถามจึงย้อนกลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคที่เคยผูกขาดพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าจะส่งใครลงชิงชัยในการเลือกตั้งซ่อมหนนี้หรือไม่ เพราะมาจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน มีข่าวจากในพรรคว่าจะไม่ส่ง เพราะต้องการสอนมารยาททางการเมืองให้พรรคพลังประขารัฐ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคอีกปีกหนึ่ง ก็ยืนยันอยากให้ส่งผู้สมัคร และยังขอไม่สรุปในขณะนี้ว่าจะส่งหรือไม่ส่ง เพระายังมีเวลา

แต่เหลียวดูผลเลือกตั้งเมื่อปี 62 พรรคประชาธิปัตย์ทำได้เพียงอันดับสี่ อยู่ที่ 16,255 คะแนน จึงเป็นการบ้านและคำถามตัวโตๆ ว่ารอบนี้จะยอมถอยฉาก เปิดทางพรรคอื่นสู้กันไปก่อน เพื่อสะสมพลัง สร้างความพร้อม รอสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ทีเดียวเลยหรือไม่ เพราะอายุรัฐบาลก็เหลืออยู่ราวๆ 15 เดือนเท่านั้น

 

ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร ย่อมส่งผลต่อศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ด้วย เพราะประชาธิปัตย์ ส่ง ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลงชนกับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่กระแสยังไม่ดีเท่าที่ควร หลังเจอ "โอษฐภัย" หรือ "ภัยจากการพูด ภัยจากปาก" กรณีพูดถึงทายาทไอน์สไตน์ที่โลกออนไลน์ตามขยี้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

 

นี่คือสถานการณ์จริงที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเผชิญ และเป็นโจทย์ยากว่าจะก้าวข้ามไปได้ เพื่อฟื้นศรัทธาพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือไม่ หรือจะปิดฉากเหมือนฉายาของหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ที่ว่า "นายกฯบางโพลล์"