รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 กล่าวอีกว่า จากการผ่าศพชันสูตร และพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน ทำให้การเสียชีวิตของครูต้นสน มีแนวโน้มไปที่การผูกคอเสียชีวิตเอง ยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ได้ว่า การเสียชีวิตมาจากการถูกผู้อื่นทำให้ตาย
“ทั้งหมดทั้งมวลเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง เพราะยังจะต้องทำการสืบสวนสอบสวนจนสิ้นข้อสงสัย หากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีข้อมูลหรือเบาะแสใด ๆ เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมที่จะรับฟังและนำมาประกอบการทำคดี ”
พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ยืนยันว่า ทางตำรวจจะทำคดีอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา โดยคิดว่า ครูต้นสน ก็เป็นลูกคนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะต้องส่งสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานไปให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ขณะที่ พ.ต.อ.นพ นรชาญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในคดีพนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นพยานทั้งหมดแล้ว และครบในทุกประเด็นแล้ว โดยเฉพาะเพื่อนสนิทของผู้ตายที่อยู่ด้วยเป็นคนสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ
จากการสอบสวน ก็ให้การเป็นประโยชน์และไม่พบพิรุธ หรือเหตุจูงใจที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุ โดยหนึ่งในประเด็นที่เพื่อนสนิทรายนี้ให้การกับตำรวจ คือ ในคืนก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายและเพื่อนสนิทคนนี้ ได้มีการเสพยาไอซ์ ด้วยการผสมแล้วฉีดเข้าเส้นเลือด ก่อนที่ผู้ตายจะไปนั่งเขียนจดหมาย แล้วเดินออกไปจากห้อง
ในประเด็นยาเสพติดนี้ ในทางการสืบสวน พบว่า ทั้งคู่ได้มีการไปซื้อเข็มฉีดยาและยาไอซ์จากเพื่อนที่หอพักแห่งหนึ่งจริง โดยในช่วงเสพยาไอซ์ ทั้งคู่ได้ร่วมกันเสพยาอยู่อีกห้องหนึ่งของบ้าน หลังเสพยาเสร็จ ผู้ตายก็ได้เดินออกจากห้องไป ก่อนที่เพื่อนสนิทจะได้ยินเสียงดังโครมคราม 1 ครั้ง ในเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันเกิดเหตุ
ภาพและข่าว : กฤศเมธ โลโห