"สุวรรณภูมิ" ซ้อมแผนต้อนรับผู้โดยสาร ด้วยมาตรการป้องกันเข้มข้น คาดว่า หลัง 1 พ.ย. จำนวนผู้โดยสารเพิ่มอีกเท่าตัว

ผู้อำนวยการ สนามบินสุวรรณภูมิ กิตติพงศ์ กิตติขจร ขานรับ นโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยในวันนี้  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน ณ ทสภ. จัดฝึกซ้อมใหญ่   การให้บริการผู้โดยสารขาเข้า ระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดภายใต้มาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข

"สุวรรณภูมิ" ซ้อมใหญ่  1 พ.ย. "เปิดประเทศ"

การให้บริการ ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564  โดยเปิดรับผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ   ทั้งอาคารเทียบเครื่องบินด้านทิศตะวันออก และด้านทิศตะวันตก โดยจะมีขั้นตอน การตรวจคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ แยกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้โดยสารบางส่วน ต้องตรวจด้วยระบบใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry :COE)  อีกส่วนหนึ่ง จะตรวจด้วยวิธีการสแกน QR Code ด้วยระบบ Thailand Pass เพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งในอนาคตจะเข้ามาแทนการใช้ระบบ COE

จากนั้นผู้โดยสาร จะเดินตามเส้นทางที่กำหนด ผ่านการตรวจคัดกรองอุณหภูมิ หากผู้โดยสารอุณหภูมิเกิน 37.3 องศาเซลเซียส จะกันผู้โดยสารไปดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข กรณี อุณหภูมิไม่เกิน 37.3 องศา ก็เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้น ผู้โดยสารรับสัมภาระและผ่านพิธีการศุลกากร  และนำผู้โดยสารไปพบตัวแทนโรงแรมที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก เพื่อขึ้นรถโรงแรม ที่จัดให้มีที่กั้น ตามมาตรฐานป้องกันโรค และทำการตรวจ RT-PCR  ณ โรงแรม

ยึดมาตรการ COVID-Free Setting และ Universal Prevention เคร่งครัด

ส่วนของผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ก็มีการให้บริการภายใต้มาตรการเฝ้าระวังโรคที่เข้มงวด เมื่อเช็คอินแล้ว จะต้องเตรียมเอกสารตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด  เช่น เอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือ เอกสารแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit(ATK)แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองตามปกติก่อนออกเดินทางต่อไป ส่วนผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เมื่อลงจากอากาศยานจะผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนรับกระเป๋า

 

 

"สุวรรณภูมิ" ซ้อมใหญ่  1 พ.ย. "เปิดประเทศ"

นายกิตติพงศ์ บอกว่า เมื่อผู้โดยสาร เข้าอาคารผู้โดยสาร จะผ่านเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด และสแกน QR Code ไทยชนะ บริเวณประตูทางเข้า  หากผู้โดยสารมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.3 องศาเซลเซียส จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าใช้บริการ พร้อมกันนี้ ทสภ. ยังได้เตรียมความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A ตามหลักการ COVID-Free Setting และ Universal Prevention อย่างเคร่งครัด โดยบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน มีการนำเครื่องเช็คอินอัตโนมัติ (Common Use Self Service : CUSS) ระบบรับสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop : CUBD) มาให้บริการเพื่อลดการสัมผัส

ในส่วนของพื้นที่จอดรถได้เตรียมอาคารและลานจอดที่พอเพียงต่อการใช้บริการของผู้โดยสาร จัดบริการรถ shuttle bus ให้บริการ ขณะที่ร้านค้าและร้านอาหารที่ปิดให้บริการไปในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทยอยกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน