ซึ่งพระปราโมทย์ เล่าว่า ตนรักษาเฉพาะผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต โรคที่เกี่ยวกับเส้นเอ็น ยกแขนขาไม่ขึ้น และคิดค่าครูไม่เกิน 20 บาทต่อคน ซึ่งแต่ละคนรักษาหายยากหายเร็วไม่เท่ากัน ซึ่งแต่เดิมตนเคยพาโยมแม่ที่ป่วยด้วยโรคอัมพาตไปรักษากับพระอาจารย์รูปหนึ่ง โดยสมัยนั้นการเดินทางยากลำบาก ทำให้พระอาจารย์ สอนวิธีการรักษาให้เพื่อจะได้ไม่ต้องพาโยมแม่เดินทางไกล รักษาอยู่นานถึง 6 ปี โยมแม่ก็หายเป็นปกติ ต่อมาพระปราโมทย์ฯ บวชเป็นพระและย้ายมาจำพรรษาที่จ.ตรังนานกว่า 15 พรรษาแล้ว แต่ไม่เคยรักษาให้ใคร จนกระทั่งนึกสงสารชาวบ้านที่เจ็บป่วยและเดินทางเข้าวัดอย่างทุลักทุเล จึงตัดสินใจรักษาให้วันละคนเท่านั้น
ด้านนายเวทิน มลยงค์ อายุ 52 ปีอยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 2 ต.บ้าหวี อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ซึ่งป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้นมานานกว่า 20 ปีแล้วได้เข้ารับการรักษาจากพระปราโมทย์จนอาการดีขึ้นกล่าวว่า ตนป่วยด้วยโรคนี้มานานเกือบ 20 ปีไปหาหมอมาหลายแห่งจนสิ้นหวังและปล่อย ไม่รักษาแล้ว โดยมีอาการขาเริ่มเล็กลีบ กล้ามเนื้อลีบตั้งแต่โคนขา น่อง และชาปลายนิ้วเท้า แต่พอเหยียบไปได้ 5 มื้อก็รู้สึกว่าเริ่มทุเลาลง แต่ตนไม่ได้เหยียบต่อเนื่องเพราะอาจารย์มีคนไข้ที่หนักกว่าเรา เลยให้เขาเหยียบไป แต่ศาสตร์นี้ตนดูว่าทางหมอหลวงคงไม่ยอมรับ แต่นี่เป็นแบบโบร่ำโบราณจากภาคอีสาน ซึ่งอาจารย์เล่าให้ฟังว่า เคยเหยียบแม่ที่ป่วยติดเตียงจนสามารถลุกขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่รับคนไข้ได้ไม่มากเพราะคนไข้ที่รักษา กินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง วันนึงรับได้คนเดียวหนักกว่านั้นหมอเดี้ยง ส่วนค่าครูไม่ได้กะเกณฑ์แล้วแต่จะให้ เพื่อนำไปซื้อสมุนไพรและอุปกรณ์ต่าง ๆ สุดแล้วแต่
ภาพ/ข่าว โดย
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม จ.ตรัง