โดยเฉพาะปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยหลังจากนี้จะมีการรวมกลุ่มกันของส.ส ภาคใต้ แล้วลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อไปรับฟังและพูดคุยปัญหาต่างๆร่วมกันในรูปแบบ "สมัชชาประชาชน "ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยทำมาแล้ว โดยแยกเป็นประเด็นปัญหา ยกตัวอย่าง เช่น พืชกระท่อมซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจจะทำอย่างไรในเชิงนโยบาย เรื่องของที่ดินทำกินของประชาชน ปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน เรื่องของโครงสร้างปัญหาราคายางพารา โดยจะรวมกลุ่มกันของส.ส. อดีตสส. และจะทำงานเชื่อมโยงกับรัฐมนตรี เพื่อนำสู่การขับเคลื่อนการเมืองของภาคใต้ ซึ่งภาคใต้เป็นพื้นที่เปิด
แต่ตลอดระยะเวลาการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2512 เป็นต้นมา พรรคประชาธิปัตย์ครองความเป็นที่ 1 ของภาคใต้มาโดยตลอด แต่มาเสียแชมป์ครั้งเดียว โดยพ่ายแพ้ให้กับพรรคกิจสังคม เมื่อปี 2522 แต่ช่วงหลังการเลือกตั้งล่าสุด มาเกิดปัญหาทางการเมือง เกิดความขัดแย้ง แต่โดยพื้นฐานของชาวภาคใต้จะยังคงผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์อยู่มาก แต่เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งบางอย่างทางการเมืองเกิดขึ้น ทำให้คนมีเหตุผลเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทำให้ยอดจำนวนส.ส.ในภาคใต้ลดลง แม้จะยังเป็นที่หนึ่งอยู่ก็ตาม แต่ด้วยความผูกพันดังกล่าว และ ส.ส.ภาคใต้ทุกคนมีความเห็นว่าภาคใต้เป็นพื้นที่หลักของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำงานการเมืองมาโดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่อาจมีคนบอกว่า ไม่มีการพัฒนา แต่ภาคใต้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งถนนสี่เลน สนามบินนานาชาติ พรรคมีส่วนในการพัฒนาภาคใต้มาตลอด เชื่อว่าความผูกพันนี้ยังอยู่ ผสมผสานกับกลไกของพรรค
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ได้คุยเรื่องจุดยืนในการชูใครเป็นนายก แต่คุยปัญหาของประชาชนมากกว่า ทำอย่างไรให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคหลักในภาคใต้ เป็นที่พึ่งของคนใต้ได้ เพราะเป็นพรรคการเมืองที่ยืนหยัดยาวนาน เข้าใจภาคใต้ดีที่สุด ถ้าเราทำงานขับเคลื่อนแก้ปัญหาประชาชนได้ สิ่งที่จะได้รับกลับมาคือ การยอมรับในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์จากประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น การนำเสนอของพรรค ก็จะเกิดผลดี การบ้านหลักของส.ส.และอดีตส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ ต้องทำงานให้ชาวบ้านเห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้ และขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย และเป็นกลไกหลักในหลายกระทรวง หลังจากนี้การอาศัยข้อมูลปัญหาความต้องการของประชาชนจากส.ส.หรืออดีตส.ส.ในพื้นที่จะต้องนำไปสะท้อนให้เจ้ากระทรวงเห็น และลงไปไปตรวจราชการในรูปแบบที่สัมผัสปัญหาและประชาชนโดยตรง โดยตนจะนำเสนอหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคต่อไป
ส่วนคู่แข่งสำคัญในภาคใต้ และแย่งเก้าอี้ไปสมัยที่ผ่านมา คือ พรรคพลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์ก็เคยประกาศสนับสนุนพลังประชารัฐ จะทำให้ยากขึ้นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะการตัดสินใจสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ และตัดสินใจเลือกร่วมรัฐบาลขณะนั้น เพราะมี 2 ขั้วต้องเลือกคือ พล.อ.ประยุทธ์ กับขั้วทักษิณ จึงตัดสินใจร่วมรัฐบาลเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่อยู่บนพื้นที่ฐานว่าเกิดประโยชน์กับประชาชน แต่หากถึงจุดหนึ่งไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนพรรคก็พร้อมถอนตัว ไม่ใช่จะร่วมหัวจมท้ายโดยไม่ฟังเสียงประชาขน ยืนยัน เลือกตั้งครั้งหน้า ทั้ง ส.ส.เดิม และอดีตส.ส.เดิม แสดงความจำนงจะลงสมัครเกือบ 100% ส่วนการเสียเก้าอี้ของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้ให้กับพรรคการเมืองคู่แข่งสมัยที่ผ่านมาถือว่าเป็นบทเรียนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ฝังใจไม่ลืม และจะนำบทเรียนนี้มาหาทางแก้ไข ทำงานให้คนใต้เกิดความเชื่อมั่นให้มากขึ้น เน้นผลงานให้จับต้องได้ เห็นผลเป็นรูปธรรม ถึงลูกถึงคน โดยหลายเขตคนตัดสินใจด้วยเหตุผลความขัดแย้งทางการเมืองบ้าง. บางเขตอยากเปลี่ยนแปลง. แต่ผ่านมาก็เห็นว่าเปลี่ยนไปแล้วก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม. โดยในวันที่ 20 ตุลาคมนี้. ตนจะเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำผลการประชุมหารือในวันนี้ไปเสนอ เพื่อพรรคได้รับทราบต่อไป
ภาพ/ข่าว โดย
คนิตา สีตอง จ.ตรัง