นายธนกฤต หรือหลวงกฤต เล่าว่า ตนกับหลวงพี่แจ๊สไม่เคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อน แต่ก่อนเกิดเหตุตนเองได้โทรศัพท์หาหลวงพี่แจ๊ส ซึ่งเพิ่งกลับจากกิจนิมนต์ ว่างานในค่ำคืนที่จะถึงตนขอไปออกกิจนิมนต์ที่วัดขุนสิทธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง แทนได้หรือไม่ เพราะตนไม่ค่อยจะได้ออกไปกิจนิมนต์เท่าไร และอีกอย่างหลวงพี่แจ๊สป่วยมีโรคประจำตัวอยู่ด้วย ก่อนที่จะตอบกลับมาว่า ไม่ได้กูจะไปเอง ตนจึงพูดไปอีกว่า ขอให้พักผ่อนดีกว่าให้ตนได้ไปบ้าง เพราะ 4 - 5 งานมาแล้วตนไม่ได้ไปเลย ทำให้หลวงแจ๊สพูดมาว่า "มึงทำหรอยนะ มาสั่งให้กูพัก ขนาดอาจารย์ยังไม่เคยสั่งกูเลย"
ทำให้ตนโกรธและโมโหที่ได้ยินคำพูดแบบนั้น จึงเดินออกจากกุฏิ เพื่อไปกุฏิหลวงพี่แจ๊สที่อยู่ห่างกันไปประมาณ 300 เมตร โดยตั้งใจว่าจะไปต่อยหน้า แต่ระหว่างทางเมื่อเดินผ่านหน้ากุฏิของพระอีกรูป เห็นมีดพร้าตั้งอยู่จึงได้หยิบและเดินเข้าไปฟันเข้าใบหน้าทันที 1 ครั้ง ก่อนจะมีการยื้อแย่งมีดกัน และมีพระอีกรูปเข้ามาห้าม ก่อนที่ตนจะเดินไปหาหัวหน้าสำนักสงฆ์พร้อบอกว่าตนพลาดไปแล้ว ขอให้ช่วยแจ้งตำรวจให้หน่อย ตนรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน นายเจียร ยิ่งยวด อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า คนก่อเหตุและพระที่บาดเจ็บนิสัยและการพูดจาดีทั้งสอง ส่วนสาเหตุพระที่บาดเจ็บเป็นพระที่อาวุโส ถูกพระรุ่นน้องที่เพิ่งจะบวชมาสั่ง คล้ายกับไม่เคารพ ก็เลยอาจจะทำให้พูดไปแบบนั้น ตนเป็นผู้ใหญ่บ้านมาจนเกษียณอายุราชการไม่เคยมีเหตุการณ์ที่พระกระทำเช่นนี้ พระด้วยกันเองไม่น่าจะมาทำเช่นนี้