ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
เป็นช่วงที่ทารกกำลังสร้างอวัยวะ แต่ในช่วงนี้คุณแม่จะกินได้น้อยลงเพราะมีอาการแพ้ท้อง ดังนั้นหากกินอาหารเจที่เป็นของทอดของมัน อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แพ้ท้องรุนแรงและทำให้ร่างกายไม่อยากอาหาร ก็จะยิ่งส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
ไตรมาสสองและสามของการตั้งครรภ์
จะเป็นช่วงที่คุณแม่มีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลผิดปกติได้ง่าย และอาจมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก เพราะคาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล แต่อาหารเจส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยแป้ง เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ขนมปัง
ไตรมาสสองและสามของการตั้งครรภ์
ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโต ต้องการสารอาหารไปเลี้ยงอย่างพอเพียง คุณแม่จึงจำเป็นต้องได้รับโปรตีนวันละ 1 – 1.1 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวันตลอดการตั้งครรภ์ แต่การกินเจทำให้ไม่สามารถกินเนื้อสัตว์ที่ให้พลังงานเพียงพอได้ ดังนั้นคุณแม่ต้องเสริมโปรตีนจากถั่วและธัญพืชต่าง ๆ ในปริมาณมากกว่าปกติอีกเท่าตัว รวมถึงการดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวในปริมาณที่มากขึ้น เนื่องจากแคลเซียมที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับจะมีปริมาณ 1000-1200 มิลลิกรัมต่อวัน