ชาวเน็ตแห่แชร์กระจายขอแพมเพิสให้เด็กชายวัย 2 ขวบ ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ป่วยโรคตับแต่กำเนิด ถ่ายเป็นเลือดอยู่ลำบาก 2 คน ปู่ย่า

ผู้ใช้เฟซบุ๊กสาวรายหนึ่โพสต์ข้อความ “ขอคนใจบุญช่วยน้องหน่อยค่ะน้องไม่มีแพมเพิสใส่น้องเป็นโรคตับโตตัวเหลืองแล้วก็เป็นหอบน้องถ่ายเป็นเลือดต้องใช้แพมเพิสเยอะน้องอยู่กับปู่กับย่า2คนลำบากมากค่ะเพราะปู่กับย่าก็แก่มากแล้วตอนนี้หมอรักษาน้องไม่ได้แล้วหมอไม่ให้ไปหาหมอแล้วค่ะใครอยากช่วยน้อง น้องใส่แพมเพิสไซร์Lส่งของไปบ้านน้องได้เลยตามที่อยู่นี้นะคะนายพินิจมิตราช 163 หมู่.15 ต.ตบหู อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี 34160 ”ซึ่ง 24 ชั่วโมงชาวเน็ตแชร์กว่า 9,000 ครั้ง และมีการวิพากวิจารณ์ถึงหน่วยงานรัฐที่ไม่เข้าไปดูแล

ชาวเน็ตแชร์กระจายขอแพมเพิสให้เด็กชายท้องโต

 

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พร้อมกับทีมOne homeจังหวัดอุบลราชธานี บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีนิคมสร้างตนเองลำโดมใหญ่จังหวัดอุบลราชธานีฝ่ายสวัสดิการสังคมโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์อุบลราชธานี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเลขที่ 163 หมู่.15 ต.ตบหู อ.เดชอุดม พบนายพินิจมิตราช อายุ 59 ปี กำลังอุ้ม เด็กชายอ้วน(นามสมมุติ) อายุ 2 ปี (เหลน) อยู่หน้าบ้าน
 

สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นนายพินิจ เล่าว่าโพสต์ดังกล่าวหลานสาวที่อยู่จังหวัดชลบุรี เป็นคนโพสต์ลงโซเชียลตนเองไม่ทราบว่าลงอย่างไร หลานสาวโทรมาถามว่าขาดเหลืออะไรบ้างตนก็บอกว่าขาดแพมเพิส ข้าวสารอาหารที่ใช้ทานแต่ละวัน หลานสาวเลยบอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปลงเฟสให้แต่ไม่ได้รับเป็นเงินบริจาค ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวขนาดนี้ส่วนเรื่องที่หน่วยงานรัฐไม่ช่วยเหลือ นั้นไม่เป็นความจริงเพราะทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาดูแลตั้งแต่ฝากท้องจนถึงปัจจุบันประสานเรื่องการรักษาให้ตลอด

ชาวเน็ตแชร์กระจายขอแพมเพิสให้เด็กชายท้องโต

ด้านเจ้าหน้าที่ทีมสหวิชาชีพที่ดูแลเคสของน้องอ้วน เปิดเผยว่าคุณแม่ของเด็กตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มา ขอรับการปรึกษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์อุบลราชธานี เมื่อปี 2562 ในขณะนั้นอายุครรภ์มากแล้วและไม่มีที่พักจึงได้ส่งเข้าไปพักอาศัยชั่วคราวที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี

หลังจากที่คลอดออกมาแพทย์แจ้งว่าน้องอ้วน มีปัญหาเรื่องสุขภาพตับแนะนำและวางแผนในการผ่าตัดให้กับน้องเรียบร้อยแล้ว แต่แม่ของเด็กไม่ยินยอมให้ทำการรักษาขอนำเด็กกลับมาบ้านหลังจากที่แม่เด็กพากลับมาที่บ้านทางทีมสหวิชาชีพได้ลงพื้นที่มาติดตามเยี่ยม มอบนมเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับครอบครัวของเด็กเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น

จากนั้นก็ได้ประสานทางอนามัยและ อสม. ในพื้นที่ช่วยติดตามดูแลการรักษา อาการของเด็กอย่างต่อเนื่องรวมทั้งสวัสดิการของรัฐจากองค์การบริหารส่วนตำบลตบหู ของเด็กแรกเกิดรายเดือนละ 600 บาท ล่าสุดน้องอ้วนได้ถูกนำเข้าเป็นคนไข้ในพระราชูปถัมภ์ รักษาที่โรงพยาบาลศิริราชจนมีการวางแผนผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะให้กับน้องอ้วน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเนื้อเยื่ยของแม่น้องอ้วน เสื่อมสภาพไม่สามารถเข้ากันได้จึงต้องยกเลิกการปลูกถ่ายตับกลับมาอยู่ที่ จังหวัดอุบลราชธานี ทีมสหวิชาชีพรวมทั้งคณะแพทย์ของศิริราช โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสิทธิ์ โรงพยาบาลเดชอุดม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี บ้านพักเด็กอุบลราชธานี ก็ยังติดตามให้ความช่วยเหลือจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ปู่เคยมีการเปิดรับบริจาคแล้ว 1 ครั้งได้เงินประมาณ 3 แสนบาท ปัจจุบันใช้ในการรักษาน้องและซื้อแพมเพิสไปเหลือประมาณ 5 หมื่นบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งว่าการนำเรื่องของเด็กไปโพสต์ขอรับบริจาคดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย จึงขอทำข้อตกลงว่าไม่ให้มีการขอรับบริจาคแบบนี้อีก ซึ่งหากขาดเหลืออะไรสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ อสม. หรือ อนามัยได้

 

 

โดย  -  เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงค์