22 กันยายน 2564 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังมีมติเห็นชอบขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% ต่อ GDP เป็น 70% ต่อ GDP ว่า หอการค้าไทยเห็นด้วยกับการขยายเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่หอการค้าไทยเสนอแนะไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งประเทศไทยยังมีความสามารถในการกู้หนี้เพิ่มขึ้นได้อีกและมีความสามารถในการจ่ายหนี้ได้ ดูจากช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง รัฐบาลกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟก็มีคนออกมาคัดค้านว่าจะไม่มีเงินจ่ายหนี้ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็จ่ายหนี้ไอเอ็มเอฟจนหมด ซึ่งในครั้งนี้รัฐบาลขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70 % เพื่อจะได้กู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาท ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถจ่ายหนี้ได้ครบ
ขณะนี้ถือเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีเงินเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เยียวยาธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19และมีการล็อคดาวน์ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท ล่าสุดที่กู้ 5 แสนล้านบาท ก็ชนเพดานหนี้สาธารณะแล้ว การขยายเพดานเพิ่มเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มได้อีก 1 ล้านล้านบาท โดยเห็นว่าเม็ดเงินจำนวนนี้ต้องเตรียมไว้เพื่อนำไปใช้ในไตรมาส 4 ที่คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมา เพราะวัคซีนโควิด-19 ทยอยเข้ามาเพิ่มมากขึ้นและกระจายไปยังประชาชนอย่างทั่วถึง