“อนุทิน” สั่งเร่งแก้กฎหมาย ตม.อัปสปีดส่งกลับต่างด้าวทำผิด
16 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“อนุทิน” สั่งเร่งแก้กฎหมายคนเข้าเมือง อัปสปีดกระบวนการส่งกลับต่างด้าวทำผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ไทย
ข่าว
16 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

“อนุทิน” สั่งเร่งแก้กฎหมายคนเข้าเมือง อัปสปีดกระบวนการส่งกลับต่างด้าวทำผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ไทย
KEY
POINTS
16 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มอบหมายรองนายกฝ่ายกฎหมาย ให้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เร่งพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ คนเข้าเมือง เนื่องจากพบข้อจำกัดในกระบวนการ ส่งกลับประเทศ (Deportation) ของ ต่างด้าวผิดกฎหมาย กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ปัจจุบันใช้เวลานานเกินไป โดยการยกเครื่องกฎหมายครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการผลักดันผู้กระทำความผิดออกนอกราชอาณาจักร เพื่อคุ้มครองความมั่นคงและผลประโยชน์สาธารณะของประเทศไทย
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการปราบปรามคนต่างด้าว ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซนเตอร์ นอมินี การลักลอบประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการกระทำความผิดในรูปแบบต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า แม้จะมีการจับกุมและดำเนินคดีแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดในกระบวนการส่งตัวชาวต่างชาติ ที่กระทำความผิดกลับประเทศ (Deportation) และหลายกรณียังใช้เวลานาน ทำให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และอาจมีการกระทำผิดซ้ำได้อีก
ทั้งนี้ ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาการปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมืองและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการส่งตัวคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกลับประเทศ มีความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขอให้ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คำนึงถึงทั้งความมั่นคงของประเทศ การคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ควบคู่
“ต้องช่วยกันเน้นย้ำและสื่อสารว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว เข้ามาลงทุน และเข้ามาประกอบกิจการโดยสุจริต แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาแล้วฝ่าฝืนกฎหมาย หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และส่งตัวออกนอกประเทศโดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีย้ำ