ในเวทีเสวนามีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจ อาทิ มุมมองเทคโนโลยีจะไม่ทำให้ช่องว่างเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราทำความเข้าใจกับความต้องการของกลุ่มคนต่างๆ แบบไม่ผิวเผิน และการพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบเช่น Start up innovation ต้องรู้ข้อมูลวิถีและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงนำไปออกแบบแนวความคิดหลักของการพัฒนา โดยเน้นหลักความยืดหยุ่นเป็นสำคัญ
รวมถึง เทคโนโลยีหลายเรื่องที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เห็นชัดเจนว่า เป็นการพัฒนาที่มีความรีบร้อนเกินไป จนบางครั้งอาจลืมคำนึงถึงศาสตร์อื่นๆ การออกแบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีระบบและกลไกที่เชื่อมโยงกับการใช้งานได้จริงกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ รวมทั้งต้องพัฒนามาจากความต้องการของผู้ที่จะใช้จริงเป็นสำคัญ เพื่อให้เทคโนโลยีมีความเป็นธรรมกับคนทุกกลุ่มในสังคมมากยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนให้เกิดระบบและกลไกดังกล่าว ซึ่งมุมมองจากเวทีเสวนาช่วยคลี่แต่ละประเด็นให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
หลังจากนี้ สวรส.และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและขับเคลื่อนนโยบายสังคมไม่ทอดทิ้งกัน มหาวิทยาลัยมหิดล จะนำข้อมูลที่ได้ไปจัดลำดับความสำคัญ และนำมาพัฒนาเป็นข้อเสนองานวิจัยเพื่อรองรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่มีผลต่อสังคม ทั้งด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต ตลอดจนด้านสังคมอื่นๆ โดยไม่ละเลยกรอบแนวคิดทางด้านสังคมและจริยธรรม