อีกประเด็นร้อนที่ต้องตามกันต่อ คือ กรณีการออกมาแฉว่า จนท.เรือนจำเรียกรับเงินกว่า 2 ล้าน โดยอ้างว่าสามารถเลื่อนชั้นนักโทษได้ และช่วยให้พ้นโทษเร็วขึ้น แต่ถ้าไม่จ่ายจะถูกลดชั้น ล่าสุด ทีมข่าวข้นคนข่าว ได้คุยกับ จนท.ระดับสูงกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนอีกมุมหนึ่ง

“ทีมข่าวข้นคนข่าว” ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า เรื่องที่มีการออกมาแฉ ขอยืนยันว่า ไม่มีความเป็นไปได้จริง เพราะการจะเลื่อนชั้นนักโทษ เพื่อที่จะได้พ้นโทษเร็วขึ้น จะต้องผ่านระบบการตรวจสอบจากคณะกรรมการหลายชุดและหลายขั้นตอนมาก นับตั้งแต่ระดับเรือนจำไปยังกรมราชทัณฑ์ และต่อไปยังระดับกระทรวงยุติธรรม แน่นอนว่า หากจะทำเรื่องแบบนี้ ต้องมีการรู้เห็นกันเป็นขบวนการใหญ่โตเลยทีเดียว ซึ่งตนมองว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คนไหนอยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของตนเอง และเงินจำนวน 2 ล้านบาท แลกกับความมั่นคงในอาชีพ อาจจะไม่คุ้มค่ากัน โดยกรณีนี้ อาจจะเป็นการถูกเจ้าหน้าที่บางรายหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อต้องการหาประโยชน์ส่วนตัว 

 

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้ ยังบอกอีกว่า แค่การจะย้ายนักโทษไปเรือนจำอื่น หรือสถานที่อื่น ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะระบบการตรวจสอบทุกวันนี้เป็นแบบเปิด สามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน และอย่างที่บอกว่า ต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการพิจารณาหลายชั้น ฉะนั้น จึงไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนจะยอมเสี่ยงทำเรื่องไม่ดีแบบนี้ 
 

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ความเป็นอยู่ภายในเรือนจำของนักโทษขึ้นอยู่กับเส้นสายบารมีจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ท่านนี้ บอกว่า ต้องเข้าใจว่าบ้านเราไม่ว่าจะเป็นการทำงานอาชีพไหน หรือแวดวงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการไทย เรื่องของการช่วยเหลืออุปถัมภ์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน ยกตัวอย่าง หากมีผู้ใหญ่ระดับประเทศต้องโทษเข้าเรือนจำ แน่นอนว่า อาจจะมีระบบอุปถัมภ์เข้ามาช่วยเหลือให้ผู้ใหญ่ท่านนั้นได้มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านักโทษคนอื่น แต่ไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันได้ว่า จะมีการจ่ายเงินหรือเส้นสายมาช่วยในทางใดบ้าง