ปมดราม่าในโซเชียลมีเดีย กรณีการขอรีวิวแลกกับการรับประทานอาหารฟรีมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก “ข่าวข้นคนข่าว” ได้ไปพูดคุยกับเจ้าของร้านอาหารชื่อดัง เพื่อสอบถามมุมมองความเห็น และความจำเป็นของร้านอาหารที่ต้องใช้บริการจากนักรีวิว จำเป็นต้องมีมากน้อยแค่ไหน

ข้อมูลจากเจ้าของร้านหารชื่อดังรายหนึ่ง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างรีวิวร้าน ว่า การทำร้านอาหารในช่วงแรก อาจจะยังไม่มีฐานลูกค้ารู้จักมากนัก หากอยากจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจะต้องใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากเป็นช่องทางโฆษณา ทำให้การซื้อสื่อโฆษณามีความจำเป็น เพื่อเป็นการโปรโมทร้านให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะยูทูปเบอร์ หรือ เพจเฟซบุ๊กจะมีกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับร้านกลุ่มนั้นๆ

 

ส่วนราคาในการจ้างแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับยูทูปเบอร์หรือเพจเฟซบุ๊กว่า มีผู้ติดตามมากน้อยขนาดไหน โดยการจ้างจะมีรูปแบบทั้งการเข้ามาขอทำคอนเทนต์กับร้าน และจ่ายค่าอาหาร แต่ทางร้านมักจะไม่คิดเงินและให้รับประทานฟรี บางร้านอาจจะจ่ายเงินจ้าง มีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท หากเป็นเพจเฟซบุ๊กที่มีชื่อดังก็จะเหมือนการจ้างบริษัทโฆษณา แม้บางร้านจะเปิดมานานจนอยู่ได้แล้ว แต่ก็ต้องใช้การโฆษณาลักณะนี้ เพราะแต่ละร้านมักจะมีการจัดโปรโมชั่นในช่วงต่างๆ หากเข้ามาติดต่อแบบมืออาชีพ และมีการพูดคุย ร้านอาหารส่วนใหญ่มักจะยินดีใข้บริการ

 

เจ้าของร้านหารชื่อดังรายนี้ บอกอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันร้านอาหารก็อยากได้ลูกค้าและเงินจากการขายจริงๆ แต่หากมีต้นทุนแฝงในช่วงที่ไม่พร้อมจะจ่าย แต่หากเป็นสถานการณ์ปกติร้านก็พร้อมจะจ่ายเงินและใหรีวิว รวมถึงให้ทานฟรี ซึ่งร้านเต็มใจอยู่แล้ว เพราะถือว่าได้โฆษณา

ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับเจ้าของร้านนารายพิซซาเรีย และ ร้านข้าน้อยขอชาบู คุณอภิเกียรติ เจนพาณิช ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกัน ว่า การที่ยูทูปเบอร์หรือเพจเฟสบุ๊คต่างๆมารีวิว มีทั้งจ่ายค่าอาหาร หรือทางร้านให้ทานฟรี หรือแม้แต่จ้างมารีวิวก็มี ซึ่งค่าตอบแทนจะขึ้นอยู่กับผู้ติดตามของคนที่มาติดต่อ และการพูดคุยกับทางร้าน ซึ่งหากเป็นการจ้างมารีวิวก็มีหลายราคา สูงถึงเป็นแสนบาทก็เคยมี

 

ส่วนของประเด็นการเรียกรับเงิน หรือขอทานฟรี สำหรับร้านที่เปิดมานานจนอยู่ตัว หรือร้านที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วนั้น นายอภิเกียรติ บอกว่า การรีวิวอาหารเป็นธุรกิจรูปแบบหนึ่ง ถ้าอยากจะอยู่ในอันดับต้นๆก็ต้องมีการจ้างรีวิว หรือให้ลูกค้าจดจำชื่อร้านได้อยู่ตลอด 

ขณะที่ ประเด็นที่เป็นดราม่าในโซเชียลมีเดีย ตนมองว่า เกิดจากการเข้าใจผิดกันระหว่างแอดมินกลุ่มกับร้านอาหาร ประกอบกับตัวแอดมินกลุ่มเกิดมีอารมณ์ร่วม และไม่คิดว่า ทางร้านจะเอาจริงในการโพสต์ข้อความทางโซเชียลฯ ซึ่งเรื่องนี้หากมีการพูดคุยกันด้วยเหตุผลคงไม่บานปลายแบบนี้ โดยกรณีนี้คงทำให้สังคมทราบว่า เกิดอะไรขึ้นในวงการรีวิวอาหาร และทำให้ผู้รีวิวต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นในการทำงาน

 

"มันทำให้หลายคนตระหนักว่ามีเคสแบบนี้เกิดขึ้นไนวงการธุรกิจรีวิวอาหารต่างๆ มันทำให้เจ้าของเพจ กลุ่ม หรือยูทูปต่างๆ อาจจะต้องคิดมาขึ้น ในการที่จะคุย อาจจะต้องตกลงกันให้ชัดเจน และคุยกันให้ดีกว่านี้ อาจจะไม่ต้องใช้การข่มขู่กัน ผมว่าอย่างนี้ก็เกินไป"