คุณยายมัน เล่าว่า เมื่อช่วงที่เกิดพายุพัด เวลาประมาณ 19.00 น. ตรงกับวันเข้าพรรษา ตอนนั้นกำลังจุดธูปเทียน เพื่อไหว้พระ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงเครื่องบินและก็มีเสียงดังขึ้น พบว่าพักเดียว หลังคาบ้านทั้งหลังถูกลมพายุพัดปลิวไปทั้งแผ่น ผนังกำแพงบ้านที่ก่อด้วยอิฐบล็อกพังล้มลงมาเกือบทับตัวเอง ตกใจจึงก้มหมอบอยู่ที่พื้น หน้าโต๊ะหมู่บูชา มุมหนึ่งของบ้าน ร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครได้ยิน หลังลมพายุผ่านไป จึงจับที่ศีรษะ พบว่า มีเลือดไหลลงมา สักพักก็มีหลานที่เป็นเพื่อนบ้านได้วิ่งเข้ามาช่วยเหลือ พาตัวออกไปทำแผลและพาไปอยู่บ้านญาติ
เบื้องต้นทราบว่าทาง อบต.พระเพลิง ได้เข้ามาสำรวจความเสียหาย พบว่า หลังคาบ้านปลิวไปทั้งหลัง กำแพงฝาบ้านล้มทั้งแถบ ก็ได้ช่วยเหลือเป็นเงิน 7,000 บาท ก็นำมาซ่อมแซมบ้าน ค่าแรงและซื้อสังกะสีเก่ามามุง ส่วนหนึ่งก็เอาไปจ่ายค่าต่อไฟฟ้าที่เพิ่งเข้ามาที่บ้าน จึงทำเท่าที่ทำได้ ก็ได้แค่ปิดคลุมกันแดดได้ แต่ถ้าฝนตกก็ยังมีน้ำฝนรั่วลงมาอยู่
นอกจากนั้น คุณยายมัน ยังเล่าต่ออีกว่า พักอาศัยอยู่ที่ดินผืนนี้กับลูกชายเพียง 2 คน สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว โดยลูกชายมีอาชีพทำสวนทำไร่ในแปลงของตัวเองและรับจ้าง พอมีรายได้ 1-2 หมื่นต่อปี ที่ไว้เป็นเงินใช้จ่ายในครอบครัว ตอนนี้บ้านเรือนพังหมด จึงอยากได้รับการช่วยเหลือสร้างบ้านให้ แค่สามารถพักอาศัยได้ กันลมกันฝน ลำพังยายเอง ตอนนี้ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาซ่อมบ้าน จึงอยู่กันแบบนี้ได้เดือนกว่าแล้ว