เชื่อว่าตั้งแต่มีโควิดมา หลายธุรกิจประสบปัญหาคล้ายกัน ไม่รู้ว่า จะเดินหน้าต่อยังไง และจะไปในทิศทางไหน ความหวังในการที่จะพยุงธุรกิจให้รอดในสภาวะวิกฤตแบบนี้ นโยบายเชิงโครงสร้างจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟู และขับเคลื่อนให้เอสเอ็มอี เดินหน้าต่อไป

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  ได้ให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอี โดยได้ตั้ง กรอ.พาณิชย์ ขึ้น เพื่อทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ ภาครัฐ และเอกชน ซึ่งต่อไปจะเชิญสมาพันธ์เอสเอ็มอี เข้ามามีส่วนร่วม ในการขับเคลื่อนเอสเอ็มอี และก้าวต่ออย่างมีประสิทธิผล

 

สำหรับเอสเอ็มอี ในประเทศไทย ขณะนี้มีมากกว่า 3 ล้าน 1แสน ราย ซึ่งมากกว่า 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ ทั้งภาคการผลิต ภาคการบริการ ขายส่ง  ละขายปลีก

 

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเอสเอ็มอี มีปัญหาหลายข้อ กระทรวงพาณิชย์ได้พยายามสร้างความร่วมมือกับตลาดคู่ค้า เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีมีการค้ารูปแบบใหม่ เช่น อิคอมเมิซ ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ให้มีความพร้อมรองรับกับสถานการณ์การค้าโลกของเอสเอ็มอี

ขณะเดียวกันยังได้ริเริ่มโครงการต่างๆภายในประเทศที่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการทีมเซลล์แมนจังหวัด ที่มีพาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ประสานงานต้องบรรจุ SMEs หรือ Micro-SMEs ในรูปหอการค้าจังหวัด YEC หรือ Biz Club เป็นกรรมการทีมเซลล์แมนจังหวัดจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนการตลาดให้สามารถกระจายพื้นที่โอกาสทางการตลาดได้ต่อ

 

ด้านองค์ความรู้กระทรวงพาณิชย์จับมือกับแพลตฟอร์มใหญ่ๆหรือบริษัทที่มีเทคโนโลยีทำโครงการร่วมกันให้ความรู้กับนำเทคโนโลยีมาใช้  ให้ผู้ส่งออกและเครือข่ายและการอบรมการค้าหรือเศรษฐกิจกระแสใหม่ในยุค New Normal โดยใช้การค้าออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ

 

รวมถึงการสร้างแม่ทัพรุ่นใหม่ทางการค้าและการส่งออกให้กับประเทศ โครงการปั้น Gen Z เป็น CEO  โดยร่วมมือกับ 93 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศอบรมให้ความรู้การบริหารจัดการธุรกิจ การบัญชี ภาษาต่างประเทศ การเจรจาธุรกิจ หรือตลาดใหม่ตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้จะปั้น CEO Gen Z ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 12,000 คน และมั่นใจว่าจะสร้าง แม่ทัพการค้าทั้งในประเทศและบุกตลาดต่างประเทศต่อไปในอนาคต