พม.ดึงภาคีเครือข่ายร่วมแถลงข่าว “ผนึกกำลังสร้างวิถีใหม่ เพื่อเด็กและเยาวชนไทย” ป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ย้ำใครละเมิดต้องถูกกฎหมายจัดการ

31 สิงหาคม 2564 นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เป็นประธานในการแถลงข่าว "ผนึกกำลังสร้างวิถีใหม่ เพื่อเด็กและเยาวชนไทย" ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา

 

พม.จับมือทุกกระทรวงร่วมมือป้องกันเด็กถูกแสวงหาประโยชน์

 

โดยนายจุติ กล่าวว่า ปัจจุบันโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง รวมทั้งปัญหากลุ่มเด็กเร่ร่อน หรือกลุ่มเด็กเปราะบางที่เดินขอเงิน หรือขายพวงมาลัยบนท้องถนน ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาความกดดันต่างๆ ในครอบครัว

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือพ่อ-แม่ ผู้ปกครอง ในการหารายได้เพื่อจุนเจือครอบครัวทั้งที่เด็กสมัครใจและถูกบังคับ ความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาความยากจน ซึ่งกระทรวงทำงานเพียงกระทรวงเดียวไม่ได้ ต้องมีการทำงานแบบบูรณาการกัน ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเยาวชน กลุ่มครอบครัว ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง 

 

 

พม.จับมือทุกกระทรวงร่วมมือป้องกันเด็กถูกแสวงหาประโยชน์

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวทราบถึงปัญหาและได้ผนึกกำลังกับหลายกระทรวง เพื่อเปลี่ยนมิติจากการปราบปราม เป็นมิติของการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง เพื่อสร้างอนาคต สร้างวิถีชีวิตใหม่ ที่สามารถให้กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ เข้าถึงองค์ความรู้ ช่องทาง วิธีการที่จะสร้างอนาคต

 

"เราจะมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ผู้ประกอบการสินค้าแปลกๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตเอง ทำเอง ขายเอง ในขณะเดียวกันเราใช้เมตตา โอกาส และความสร้างสรรค์ แต่เรามีกฎหมายตีกรอบว่า ถ้าเกิดมีการใช้ประโยชน์จากเด็กเยาวชนโดยไม่ชอบ ก็ต้องดำเนินการ" นายจุติ กล่าว 

นอกจากนี้ ครอบครัวไหนที่มีความจำเป็นอยากจะประกอบอาชีพ จะมีกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงดีอีเอส กระทรวง พม. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่คอยช่วยเหลืออยู่ด้วยความเข้าใจ และพร้อมที่จะช่วยเหลือให้เดินหน้าไปด้วยกัน

 

พม.จับมือทุกกระทรวงร่วมมือป้องกันเด็กถูกแสวงหาประโยชน์

 

นายจุติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้พยายามเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ และกระทรวง พม. ได้จับมือกับกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ ทั้งนี้ ยังได้ผนึกกำลังกับสายด่วน ตำรวจ โทร. 191 โดยกระทรวง พม. จะมีเจ้าหน้าที่เพิ่มให้ครบทั้ง 50 เขต คอยดูแลปัญหาเหล่านี้ และพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้มีความยั่งยืน ได้พ้นจากปัญหาที่ประสบอยู่

 

"ในขณะเดียวกันเราให้ทั้งโอกาสและใครก็ตามที่มาใช้โอกาสโดยไม่ชอบ ก็ต้องจัดการ หากประชาชนเกิดปัญหาสามารถติดต่อ สายด่วน พม. โทร. 1300 หรือสายด่วน ตำรวจ โทร. 191 ผมเชื่อว่าจะมีเยาวชนที่เข้าใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราได้รับการฝึกจิตวิทยา และเราจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ โดยเราเชื่อว่า ถ้าเราทำตรงนี้ได้ เด็กเหล่านี้จะไม่ถูกเอาเปรียบและไม่ถูกหลอกใช้" รมว.พัฒนาสังคมฯ ระบุ