ชลประทานปล่อยน้ำเขื่อนห้วยยางกระจายน้ำทั่วถึง หลังเกษตรกรได้ร้องความช่วยเหลือนาข้าวกว่า 2,000 ไร่ใกล้ยืนต้นตายเพราะมีการกักน้ำจนแย่งกันสูบน้ำ

ความคืบหน้ากรณีที่ชาวนาในตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าว เนื่องจากฝนทิ้งช่วง ส่วนน้ำที่ชลประทานปล่อยมาให้ก็ไม่ทั่วถึง  เพราะถูกชาวนาซึ่งอยู่ด้านบนหรือช่วงต้นน้ำไหลผ่านกักน้ำเอาไว้ไม่ยอมปล่อยลงมาด่านล่าง ทำให้ชาวนาที่อยู่ด้านล่างต้องแย่งกันสูบน้ำในคลองดินที่มีสภาพตื้นเขินใกล้เหือดแห้ง เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวไม่ให้ยืนต้นตายแต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะมีชาวนามากกว่า 100 ครัวเรือน เนื้อที่เพาะปลูกข้าวกว่า 2,000 ไร่ที่ยังเดือดร้อนต้องการน้ำ     
ชาวนาเฮชลประทานปล่อยน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าตามที่เรียกร้อง

 

ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค.64) เจ้าหน้าที่โครงการชลประทานที่ดูแลรับผิดชอบเขื่อนห้วยยาง ได้ทำการปล่อยน้ำให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างทั่วถึงแล้ว โดยมีมติจะปล่อยน้ำให้ชาวนาในพื้นที่คลองส่งน้ำสาย 1 และสาย 2 รอบละ 10 วัน  ส่วนสาย 3 ซึ่งมีพื้นที่นาอยู่ห่างไกลจากเขื่อนถึง 12 กิโลเมตร ก็จะปล่อยน้ำให้รวม 21 วันเพื่อให้ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง ก็สร้างความดีใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก จะได้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่ใกล้จะตั้งท้อง  และสามารถใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าวได้
ชาวนาเฮชลประทานปล่อยน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าตามที่เรียกร้อง

ชาวนาเฮชลประทานปล่อยน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าตามที่เรียกร้อง

 

โดยตัวแทนชาวบ้าน ซึ่งมีนายพชร สีจันทึก อายุ 68 ปี และนางเสงี่ยม สุทธิธรรม อายุ 70 บอกว่า   หลังจากทางอำเภอ และชลประทานได้มีการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวนา มีมติปล่อยน้ำให้เกษตรกรได้ทำนาอย่างทั่วถึง  ก็สร้างความดีใจให้กับชาวนาเป็นอย่างมาก จากที่ก่อนหน้านี้ต้องแย่งกันสูบน้ำในคลองดินที่เหือดแห้ง เพื่อหล่อเลี้ยงนาข้าวไม่ให้ยืนต้นตาย ก็ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เล็งเห็นความเดือดร้อนของชาวนาและให้ความช่วยเหลือ
ด้านนายวิรัตน์ กลิ่นขจร นายอำเภอหนองกี่ กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่มีพื้นที่นาอยู่ในเขตบริการของชลประทานหรือเขื่อนห้วยยาง ซึ่งปกติมีพื้นที่การเกษตรในเขตบริการของเขื่อนห้วยยางทั้ง ต.ดอนอะราง และ ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา โดยจะมีคลองส่งน้ำที่เรียกว่าสาย 1 สาย 2 สาย 3 ซึ่งเดิมคลองส่งน้ำจะเป็นคลองดิน คลองดินก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกับผืนนาของเกษตรกร เวลาปล่อยน้ำมาเกษตรกรก็จะได้รับน้ำทุกปี แต่หลังจากทางชลประทานมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ คือ ยกคลองให้สูงขึ้น และทำเป็นคลองคอนกรีตสาย 1 สาย 2 สาย 3 แต่ก่อนหน้านี้ผู้ใช้น้ำมีมติให้ปล่อยรอบละ 1 สายๆ ละ 7 วันหมุนเวียนเรื่อย ๆ แต่บังเอิญว่าสาย 3 มีพื้นที่นาอยู่ไกลจากเขื่อนถึง 12 กิโลเมตร น้ำจึงไหลไปช้าและไม่ทั่วถึง    จากผลกระทบดังกล่าวจึงมีมติจะปล่อยน้ำให้สาย 3 รวม 21 วัน เพราะปัจจุบันน้ำในเขื่อนมีอยู่ประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดการณ์ว่าจะใช้ในการเกษตรประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรก็เพียงพอ ส่วนสาย 1 และสาย 2 ก็จะปล่อยน้ำให้รอบละ 10 วัน เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมอย่างแน่นอน

ชาวนาเฮชลประทานปล่อยน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าตามที่เรียกร้อง
โดย - สุรชัย พิรักษา