เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : แฮร์รี-เมแกน แลนดิ้ง UK! นั่งเจ็ตหรูหอบลูกกลับถิ่น ท่ามกลางดราม่าความปลอดภัยและรอยร้าวในราชวงศ์

28 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : แฮร์รี-เมแกน แลนดิ้ง UK! นั่งเจ็ตหรูหอบลูกกลับถิ่น ท่ามกลางดราม่าความปลอดภัยและรอยร้าวในราชวงศ์

ในที่สุด เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวก็นำเจ้าชายแฮร์รีกับชายาเมแกน แลนดิ้งบนแผ่นดินสหราชอาณาจักรแล้ว โดยพาพระโอรสและพระธิดามาด้วยเพื่อเตรียมเข้าโรงเรียน ท่ามกลางคำถามตัวโตเรื่องภาษีค่ารักษาความปลอดภัย และการจับตาความเคลื่อนไหวจาก "บ้านเวลส์" ที่ยังคงเงียบกริบ

เจ้าชายแฮร์รีกับเมแกนชายาชาวอเมริกัน เดินทางถึงสหราชอาณาจักรด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว "Bombardier Global Express XRS" ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและนิยมใช้ในหมู่นักธุรกิจที่เดินทางระยะไกล เชื่อว่าทั้งคู่เช่าเครื่องบินลำนี้จากบริษัท Planet Nine Private Air ที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย คาดว่าค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 12,000 ดอลลาร์ (เกือบ 4 แสนบาท) ต่อชั่วโมงบิน

การหวนคืนสหราชอาณาจักรครั้งนี้ มาพร้อมกับพระโอรสอาร์ชี และพระธิดาลิลิเบตที่เตรียมจะเข้าเรียนที่โรงเรียนในสัปดาห์หน้า ชาวอังกฤษเพียงรับรู้ว่า ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เดินทางถึงสนามบินเบอร์มิงแฮมในช่วงเที่ยงวันพุธที่ 26 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยเครื่องบินส่วนตัวจากแคลิฟอร์เนีย เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดินเดียวกับพวกเขา

เป็นที่เข้าใจกันว่า ดยุคและดัชเชสไม่ได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากตำรวจเมื่อเดินทางมาถึง ท่ามกลางข้อกังขาที่ยังมีอยู่ว่า เงินภาษีของประชาชนจะต้องถูกนำมาใช้จ่ายเพื่อดูแลความปลอดภัยของพวกเขาหรือไม่ ในการกลับมาตั้งรกรากครั้งนี้ ทั้งคู่ยังได้นำสุนัขสองตัวคือ "มีอา"  และ "พูลา" ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาด้วย

🔵 ["ครอบครัวอินเตอร์" และวิถีชีวิตสองโลก]


ดยุคและดัชเชสมีแผนที่จะใช้ชีวิตในรูปแบบ "ครอบครัวที่ใช้ชีวิตระหว่างประเทศ" โดยจะพำนักอยู่นอกเขตพระราชฐาน นอกกรุงลอนดอน (มีกระแสข่าวลือคาดการณ์ถึงพื้นที่ชนบทในย่าน Cotswolds) แต่ยังคงเก็บคฤหาสน์ที่มอนเตซิโต รัฐแคลิฟอร์เนีย และที่ประเทศโปรตุเกสเอาไว้ และยังคงไม่ทำงานให้ราชวงศ์ตามเงื่อนไขของข้อตกลง Megxit เมื่อปี 2020

แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า เจ้าชายแฮร์รี "ไม่เคยเลิกคิดถึงบ้านเลย" นับตั้งแต่ไปตั้งรกรากที่สหรัฐฯ เมื่อ 6 ปีก่อน มีรายงานระบุว่าพระองค์ทรง "โหยหาความรู้สึกผูกพันและการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม" ในสหราชอาณาจักร ในระหว่างที่สร้างชีวิตใหม่ที่แคลิฟอร์เนีย แหล่งข่าววงในระบุด้วยว่า เจ้าชายแฮร์รีทรงต้องการให้พระโอรสและพระธิดา "เข้าใจโลกที่พระองค์ทรงเติบโตมา และรับรู้ถึงที่มาของครอบครัว"

แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับนิตยสาร People ว่า การตัดสินใจย้ายกลับมาเป็น "การตัดสินใจร่วมกันทั้งครอบครัว" เพื่อ "มอบโอกาสให้ลูกๆ ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่" ขณะที่เมแกน ซึ่งเกิดและเติบโตในลอส แอนเจลิส ก็รู้สึกว่า "โชคดีมากที่สามารถมอบโอกาสให้อาร์ชีและลิลิเบต ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตจากทั้งสองโลก" นอกจากเรื่องโรงเรียนแล้ว เจ้าชายแฮร์รียังต้องเตรียมจัดแข่งกีฬาทหารผ่านศึก Invictus Games in Birmingham ที่จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2027 ซึ่งทรง "ทุ่มเทให้กับเรื่องนี้ทุกวัน"

อย่างไรก็ตาม มีรายงานบางฉบับระบุว่า การพำนักในสหราชอาณาจักรอาจจะกินเวลาเพียงแค่ "ฤดูใบไม้ร่วง" สอดคล้องกับการที่เมแกนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ใต้แบรนด์ "As Ever" ของเธอ คือ Spiced Apple Butter สองผลิตภัณฑ์บรรจุขวด 'orchard apples' และ 'fragrant spices' เปิดตัวเมื่อวันพุธเพื่อให้ "ทันเวลาสำหรับฤดูใบไม้ร่วง" โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้สะท้อน "คำสัญญาของเช้าวันใหม่ที่สดชื่นและใบไม้เปลี่ยนสีที่กำลังจะมาถึง"

เมแกนยังโพสต์ไอจีสตอรี่เป็นภาพที่เธอหัวเราะกับผ้าเช็ดจานที่มีข้อความว่า "คนที่ดูแลไก่ก็คือคนขายไก่ทอด" จนชาวโซเชียลอดสงสัยไม่ได้ว่า ฝูงไก่ที่เธอใช้ทำคอนเทนต์ยังอยู่ที่คฤหาสน์หรูในแคลิฟอร์เนียหรือไม่ หรือพวกมันอยู่กันอย่างไร?

ส่วนความเคลื่อนไหวในวงการบันเทิง ก่อนหน้านี้สื่อประโคมข่าวว่า เมแกน (อดีตนักแสดงซีรีส์ Suits) กำลังมองหาโอกาสกลับมารับงานแสดง หลังได้รับข้อเสนอจาก กาย ริตชี (ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชื่อดัง) สำหรับซีรีส์ The Gentlemen ซีซัน 3 ทาง Netflix แต่หลังเผชิญกระแสต่อต้านรุนแรงบนโซเชียล ดูเหมือนว่ากาย ริตชี ได้พับข้อเสนอนี้ไปแล้ว


🔵 [ปมร้อนความปลอดภัย สู่การต่อสู้ทางกฎหมาย]


มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการเงินของซัสเซกซ์ เนื่องจากยังไม่มีคำตอบว่าผู้เสียภาษีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยหรือไม่ หลังระดับการคุ้มครองเปลี่ยนไปตั้งแต่ Megxit ทั้งคู่ยังเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อกับกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางความกังวลของชาวอังกฤษว่า การจัดการอาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่อกลับมาเป็นผู้พำนักถาวรอีกครั้ง

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เจ้าชายแฮร์รียังคงรอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่คณะกรรมการบริหารด้านการคุ้มครองความปลอดภัยของราชวงศ์และบุคคลสาธารณะ (Ravec) จะเป็นผู้กำหนดมาตรการให้ โดยในระหว่างนี้ ทีมรักษาความปลอดภัยกำลังเตรียมการเพื่อให้การเสด็จเยือนในเดือนกรกฎาคมเป็นไปอย่างปลอดภัย


🔵 [รอยร้าวในราชวงศ์ และความเงียบจาก "บ้านเวลส์"]


อาร์ชีและลิลิเบตเพิ่งได้เข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (พระอัยกา) เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่พระตำหนักไฮโกรฟในเดือนกรกฎาคม และเชื่อกันว่าไม่ได้หารือเรื่องย้ายกลับเลย พระเจ้าชาร์ลส์ทรงได้รับแจ้งเรื่องนี้เพียง 3 วันก่อนเปิดเผยเป็นทางการ
นิตยสาร People (ที่เป็นมิตรกับซัสเซกซ์) รายงานว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงต้องการเห็นพระโอรสที่เหินห่างอย่างแฮร์รีกับวิลเลียม "ปรองดองกันในอนาคต" แต่รายงานนี้ไม่ได้รับการยืนยัน และอาจผลิตจากฝั่งซัสเซกซ์ฝ่ายเดียว

ในหนังสือ Spare ที่เจ้าชายแฮร์รีจงใจออกมาเพื่อโจมตีครอบครัว ระบุว่าพระเจ้าชาร์ลส์ทรงวิงวอนขอร้องพระโอรสทั้งสองหลังพิธีพระศพเจ้าชายฟิลิป (2021) ว่า "พ่อขอร้องเถอะนะลูก อย่าทำให้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตพ่อต้องทุกข์ทรมานเลย"

ปัจจุบัน ทั้งสองพระองค์ไม่ได้พูดคุยกันอีกแล้ว หลังร้าวฉานช่วงใกล้พิธีเสกสมรสปี 2018 และเลวร้ายลงหลัง Megxit รวมถึงการที่แฮร์รีวิจารณ์ราชวงศ์ผ่านโอปราห์ วินฟรีย์, Netflix และหนังสือ Spare

การกลับมาครั้งนี้ ทำให้คนทั่วไปจับจ้องไปที่ครอบครัวเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ที่ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาทางการใดๆ ในขณะที่โพลกระแสหลักในอังกฤษชี้ว่า ชาวอังกฤษส่วนใหญ่สนับสนุนเจ้าชายวิลเลียม ว่าที่กษัตริย์แห่งราชบัลลังก์วินด์เซอร์

ส่วนประเด็นการเริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่ในสัปดาห์หน้า ของพระโอรสและพระธิดานั้น เป็นที่เข้าใจกันว่า จะไม่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายของเด็กๆ ในช่วงที่เริ่มเข้าเรียน หรือในวันคล้ายวันเกิดของพวกเขาอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด