เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : 5 ปีที่กลับมาอยู่ในเงื้อมมือตาลีบัน: ความทุกข์ที่ไม่อาจปลดล็อก ใต้เงามืดวิกฤตที่โลกลืม

17 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : 5 ปีที่กลับมาอยู่ในเงื้อมมือตาลีบัน: ความทุกข์ที่ไม่อาจปลดล็อก ใต้เงามืดวิกฤตที่โลกลืม

ครบรอบ 5 ปี นับตั้งแต่การถอนกำลังอย่างโกลาหลของสหรัฐฯ และการหวนคืนสู่อำนาจของกลุ่มตาลีบัน อัฟกานิสถานได้กลายเป็น "ศูนย์รวมวิกฤตมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก" จากดินแดนที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ สู่พื้นที่ที่ถูกมองข้าม ท่ามกลางชะตากรรมของเด็กหลายล้านคนที่อดอยาก และสตรีที่ถูกลบตัวตนออกจากสังคม!

🔵 [จากสมรภูมิ 20 ปี 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ดินแดนที่โลกลืม]


ในอดีต อัฟกานิสถานเคยเป็นแกนกลางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระงบประมาณสูงถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ตลอดช่วงสงครามยาวนาน 20 ปี ทว่าในปัจจุบัน อัฟกานิสถานและประชาชนชาวอัฟกันกลับถูกมองข้ามจากสายตาของประชาคมโลก แม้จะเผชิญกับวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งจากภัยธรรมชาติและความขัดแย้งที่ผลักดันให้เด็กหลายล้านคนต้องอดอยาก

งบประมาณช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อประชากรราว 45% ของประเทศ ถูกตัดลดลงอย่างฮวบฮาบจากผู้บริจาคระหว่างประเทศ โดยสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ที่สุด ปัจจุบันไม่ติด 1 ใน 5 ของประเทศผู้บริจาคอีกต่อไป

 

🔵 [นรกบนดินของสตรี: การแบ่งแยกทางเพศ และกฎหมายหนุนความรุนแรง]


กลุ่มตาลีบันยังคงเดินหน้าลิดรอนสิทธิสตรีและเด็กผู้หญิงอย่างเป็นระบบ จนผู้เชี่ยวชาญนิยามสภาพการณ์นี้ว่าเป็น "การแบ่งแยกทางเพศ (Gender Apartheid)" ส่งผลให้ประชากรหญิงครึ่งประเทศต้องหายไปจากชีวิตสาธารณะ

  •  ประเทศเดียวในโลกที่ห้ามเด็กหญิงเรียนเกิน ป.6: องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประเมินว่า มีเด็กผู้หญิงถึง 2.4 ล้านคน ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการศึกษา จนเด็กผู้หญิงทั้งรุ่นต้องผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปโดยไม่เคยได้สัมผัสห้องเรียนระดับมัธยมศึกษา
  •  ตัดขาดจากสังคมและวิกฤตสุขภาพจิต: ผู้หญิงถูกห้ามประกอบอาชีพเกือบทั้งหมด ถูกบังคับสวมผ้าคลุมหน้า และห้ามเดินทางไกลหากไม่มีผู้ชายร่วมทาง โดย UN Women เผยว่า ผู้หญิงชาวอัฟกันครึ่งหนึ่งได้ออกจากบ้านเพียงเดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้ 7 ใน 10 คน ประเมินสุขภาพจิตของตนเองว่าอยู่ในเกณฑ์ "แย่" หรือ "แย่มาก"
  •  กฎหมายอนุญาตทุบตีภรรยา: เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตาลีบันได้ออกกฤษฎีกาอนุญาตให้ผู้ชายสามารถทุบตีภรรยาได้ ตราบใดที่ไม่ทำให้กระดูกหักหรือทิ้งบาดแผลถาวร รวมถึงการจำกัดสิทธิการหย่าร้างของผู้หญิง และยกเลิกเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการสมรส (เดิมกำหนดไว้ที่ 16 ปี) ซึ่งองค์กรนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) และคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติต่างเตือนว่า เป็นการรับรองความชอบธรรมให้กับการแต่งงานในวัยเด็ก


มาห์บูบา เซราจ (Mahbouba Seraj) นักกิจกรรมหญิงในกรุงคาบูล เผยความอัดอั้นว่า "สิทธิทุกประการของผู้หญิงถูกลิดรอนไปจนหมดสิ้น และหากใครพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เราจะกลายเป็นฝ่ายผิด แต่ความจริงคือสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ"

🔵 [ตัดงบ USAID 1.7 พันล้านดอลลาร์: สาธารณสุขล่มสลาย-เด็กเผชิญภาวะผอมแห้ง]


จอห์น โซปโก (John Sopko) อดีตผู้ตรวจการพิเศษด้านการบูรณะอัฟกานิสถาน ระบุว่า "พูดตรงๆ คือ มันคือนรกบนดินหากคุณเป็นผู้หญิงในอัฟกานิสถาน และผมไม่เห็นว่าประชาคมโลกหรือรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง"

การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเลิกสัญญาด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาของ USAID เกือบทั้งหมดเมื่อต้นปี 2025 ส่งผลให้งบประมาณกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ถูกตัดทอน ยอดรวมงบช่วยเหลือทั่วประเทศลดลงเกือบ 70% นับตั้งแต่ปี 2022 กระทบต่อสตรีและเด็กหญิงกว่า 10.7 ล้านคน ที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน Save the Children เผยว่า เด็กชาวอัฟกัน 1 ใน 10 คน ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง และภาวะผอมแห้งเฉียบพลันกำลังพุ่งสูง โดยยูนิเซฟ (UNICEF) คาดว่ามีเด็กกว่า 11 ล้านคน ที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินในปีนี้ ทว่าสถานพยาบาลเกือบ 600 แห่งต้องปิดตัวลงเพราะขาดงบประมาณ
 


🔵 [ปราบฝิ่นฮวบ 95% แต่สร้างสุญญากาศทางเศรษฐกิจ]


ในอดีต สหรัฐฯ ทุ่มงบกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ตลอด 20 ปีเพื่อปราบปรามยาเสพติดแต่ล้มเหลว ทว่าภายใต้การปกครองของตาลีบัน การประกาศห้ามปลูกฝิ่นตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้ ผลผลิตฝิ่นลดลงถึง 95% ตามรายงานของ UNODC ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวทำลายแหล่งรายได้หลักของชาวบ้านในชนบทโดยไร้อาชีพทางเลือกมารองรับ ซ้ำร้ายสหประชาชาติยังเตือนว่า กำลังเกิดปัญหาใหม่เข้ามาแทนที่ นั่นคือการลักลอบผลิตและขนส่งยาเสพติดสังเคราะห์อย่าง เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์/ยาบ้า)


🔵 [เกมภูมิรัฐศาสตร์: ตะวันตกอายัดทรัพย์ แต่จีน-รัสเซียรุกคืบ]


ก่อนปี 2021 งบประมาณรายจ่ายภาครัฐ 3 ใน 4 ของอัฟกานิสถานพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ แต่ปัจจุบันเงินทุนดังกล่าวหมดลง และเงินทุนสำรองธนาคารกลางมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ยังคงถูกสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรอายัดไว้เพื่อต่อรองเรื่องสิทธิสตรีและการศึกษาของเด็กผู้หญิง แม้ในปี 2025 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะยกเลิกเงินรางวัลนำจับแกนนำตาลีบันหลายรายที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลแล้วก็ตาม

ขณะที่ชาติตะวันตกยังคงคว่ำบาตร รัสเซียได้ให้การรับรองรัฐบาลตาลีบันอย่างเป็นทางการ และ จีนได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2023 เพื่อรุกคืบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสัมปทานน้ำมัน เหมืองทองแดง และแหล่งแร่ลิเธียมมหาศาล ท่ามกลางความเปราะบางของสถาบันรัฐที่เปิดช่องให้กลุ่มติดอาวุธอย่าง ISIS-K และอัล-กออิดะห์ ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่


🔵 [บทเรียนความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ บนหยาดน้ำตาชาวอัฟกัน]


ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คำสัญญาในการแทรกแซงของสหรัฐฯ ตลอด 2 ทศวรรษ ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับการเติมเต็ม แต่ยังถูกยกเลิกอย่างชัดเจน จอห์น โซปโก ทิ้งท้ายคำถามสำคัญต่อสายตาชาวโลกว่า "คุณคิดว่าจะมีใครเชื่อและไว้วางใจสหรัฐอเมริกาอีกหรือไม่ในครั้งต่อไปที่เราต้องการพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นยูเครน อิหร่าน หรือที่ใดก็ตาม หลังจากสิ่งที่เราได้ทำไว้กับชาวอัฟกานิสถาน"

และในขณะที่เกมการเมืองระดับโลกยังคงดำเนินต่อไป ความหิวโหย โรคภัยไข้เจ็บ และความรุนแรงที่ถูกทำให้ถูกกฎหมาย ยังคงเป็นสิ่งที่กำหนดลมหายใจของประชาชนชาวอัฟกันนับล้านคนในทุกๆ วัน

5 ปีผ่านไป วิกฤตอัฟกานิสถานไม่ได้คลี่คลายลง แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นในรูปแบบของความอดอยากและการลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน การตัดลดงบประมาณช่วยเหลือและการเพิกเฉยของประชาคมโลก กำลังผลักให้ผู้หญิงและเด็กชาวอัฟกันต้องเผชิญกับชะตากรรมที่มืดมนอย่างไร้ทางออก

ข่าวล่าสุด